miscellaneous, Thai Book Review แนะนำหนังสือ

จ้วนฉินไจ้ อุทยานเฉียนหลง พระราชวังต้องห้าม ตอนที่ ๓

   

       จากที่เกริ่นกล่าวไว้ ในตอนที่ ๑ และ ๒ เกี่ยวกับ การบูรณะ เรือนจ้วนฉินไจ้ ภายในพระราชวังต้องห้าม พื้นที่ อุทยานเฉียนหลงฮวาหยวน ไว้ว่า ผ้าไหม คือ วัสดุสำคัญอย่างยิ่งของเรือนหลังนี้ แน่นอนว่า การจะหาผ้าไหมเพื่อประดับตกแต่งเรือนส่วนพระองค์ให้ได้ใกล้เคียงกับของดั้งเดิมทั้งสี คุณภาพ ลวดลาย เช่นเดียวกับที่ถูกทอขึ้นนับ ๑๐๐ ปีก่อน เป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างมาก

จ้วนฉินไจ้ ผ้าไหม
Country: China
Site: Juanqinzhai
Caption: Post-restoration interior
Image Date: 2008
Photographer: Si Bing, Palace Museum
Provenance: Site Visit
Original: from digital CD CHN039

ทางทีมอนุรักษ์ต้องสำรวจเก็บข้อมูลทางประวัติศาสตร์และความเป็นมา รวมถึงบันทึกต่างๆ เกี่ยวกับการสร้าง อุทยานเฉียนหลง และเรือนทั้ง ๒๗ หลัง เพื่อให้รู้ถึง แหล่งที่มาของวัสดุ และ ช่างฝีมือ และในที่สุดก็ได้ แหล่งผลิตที่น่าสนใจ มีตำนานและประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น และบรรพบุรุษของผู้บริหารโรงงานทอผ้าแห่งนี้ยังเคยทำงานรับใช้ในราชสำนักมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิงเรื่อยมา

จ้วนฉินไจ้ ผ้าไหม

ทีมงาน ได้ทำการสำรวจ และพบ โรงงานทอผ้าแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใน เมืองหนานจิง โรงงานทอผ้าแห่งนี้ ได้ดำเนินกิจการมาจากรุ่นสู่รุ่น นับตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ชิง จวบจนถึงปัจจุบัน เป็นกิจการที่สืบทอดต่อกันมาเป็นรุ่นที่ ๙ แล้ว โดยรุ่นล่าสุดมี คุณ Zhang Kaichen เป็นผู้บริหารโรงงาน ดำเนินกิจการจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า ๔๘ ปี

Zhang Kaichen เล่าว่ากิจการของครอบครัวสืบทอดรุ่นต่อรุ่น มีความเจริญก้าวหน้าและรุ่งเรืองมาโดยตลอด โดยเฉพาะยิ่งในช่วง สมัยราชวงศ์ชิง อุตสาหกรรมสิ่งทอเช่นการทอ ผ้าไหม เป็นที่นิยมอย่างยิ่ง ณ เมืองหนานจิง ในช่วงรัชสมัยของราชวงศ์ชิง จะได้ยินแต่เสียงกี่ทอผ้าตลอดเส้นทางที่เดิน ไม่มีบ้านไหนที่จะไม่ทอผ้าส่งราชสำนัก งานผลิตมีแทบตลอดทั้งวันทั้งคืน ผลงานทอผ้าที่นี่ ถือว่าเป็นเลิศทั้งคุณภาพและความประณีต เป็นที่ต้องการของราชสำนัก รวมไปถึงเหล่าบรรดาเสนาบดี ขุนนาง หรือคฤหบดี ผู้ร่ำรวยมั่งคั่ง

คุณ Zhang Kaichen ตกลงที่จะสืบสาน งานทอผ้าไหม เพื่อใช้ในการบูรณะครั้งนี้ แน่นอนว่า ทุกอย่างไม่มีต้นฉบับของจริงให้เห็น มีเพียงภาพถ่าย ซึ่งก็ถ่ายจากภาพ ผ้าไหมที่ผ่านกาลเวลาและชำรุดทรุดโทรมเช่นกัน และตัวอย่างผ้าโบราณ ๑ ชิ้นที่ทางพระราชวังต้องห้าม ได้เก็บรักษาไว้อย่างดี เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการเปรียบเทียบสี และลักษณะของเนื้อผ้า เพื่อทอให้ได้สีเหลืองทองตามที่ต้องการและตรงกับของเดิมเมื่อ ๒๓๐ กว่าปีก่อน

จ้วนฉินไจ้ อุทยานเฉียนหลง พระราชวังต้องห้าม

ในการทอผ้าไหมครั้งนี้ ทางคุณ Zhang Kaichen ตัดสินใจใช้กี่ทอแบบโบราณใน สมัยราชวงศ์ชิง และใช้เวลาในการทอลวดลายและขั้นตอนโบราณทั้งลองผิดลองถูกมากกว่า ๑๐๐ ครั้ง ถึงจะได้ทั้งคุณภาพ ผิวสัมผัส เนื้อผ้า สี แม้แต่ลวดลายก็ต้องมีมิติ และมีการสะท้อนของแสงผ่านเส้นสีของไหมเช่นเดียวกับของดั้งเดิมที่ถูกทอขึ้นกว่า ๑๐๐ ปีก่อน

กระบวนการ ทอผ้าไหม ด้วยกี่ทอผ้าโบราณ ต้องใช้ช่างทอถึง ๒ คน ในการทอ คนหนึ่งเลือกสี และอีกคนหนึ่ง ทำหน้าที่คอยควบคุมลวดลายต่างๆ ให้เกิดขึ้น การทอผ้าแบบโบราณนี้จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ของช่างทอทั้ง ๒ คน เพราะหากผิดพลาดไปเพียงเล็กน้อย ความเสียหายอันใหญ่หลวงก็จะเกิดขึ้นกับผ้าทอทั้งผืนได้ ในที่สุดผลของการลองผิดลองถูกในการทอผ้ากว่า ๑๐๐ ครั้ง และใช้เวลาในการทอผ้าเพื่อให้ได้รูปแบบ คุณภาพ และความประณีตเหมือนชิ้นมาสเตอร์พีช ชิ้นเดียวที่ยังมีอยู่ มากกว่า ๒ ปี จึงจะสำเร็จได้ด้วยดี

ผู้สนับสนุน

ภายในเรือนจ้วนฉินไจ้ โครงสร้างหลักที่สำคัญอีกอย่าง คือ ไม้ / ไผ่ ที่เป็นทั้งฉากกั้นห้อง และการประดับตกแต่ง

    งานแกะสลักไม้ ด้วยลวดลายอันประณีตภายในเรือน จ้วนฉินไจ้ ภายในพระราชวังต้องห้าม เป็นอีกผลงานฝีมืออันประณีตอีกอย่างที่หาช่างฝีมือได้ยากมาก หรืออาจจะหาไม่ได้อีกแล้วในจีนปัจจุบัน

   โดยเฉพาะงานไม้ไผ่ ซึ่งเดิมทีในสมัยโบราณจะพบช่างฝีมือ และช่างไม้ที่เก่งกาจได้ในเมือง Dongyang มณฑลซีเจียง ทางทีมงานอนุรักษ์ใช้เวลาในการหาช่างฝีมือพอสมควร ทั้งลงประกาศในหนังสือพิมพ์เพื่อหาช่างฝีมือที่สามารถแกะสลักไม้ไผ่ และสานไผ่ขึ้นรูปได้ด้วย และในที่สุดก็มีโรงงานแห่งหนึ่ง ซึ่งก็ยังใช้กรรมวิธีในการแกะสลักไม้ไผ่แบบดั้งเดิม ติดต่อกลับมา

ครั้งแรกที่ คุณเหอฟูลี เจ้าของโรงงานแกะสลักไม้ และครอบครัว ได้เดินทางมายัง จ้วนฉินไจ้ ภายใน พระราชวังต้องห้าม เพื่อทำการบูรณะเรือน คนในครอบครัวต่างแปลกใจ รวมถึงยังมีความกังวลใจในการทำงาน เพราะงานไม้แกะสลักที่ปรากฎให้เห็นภายในเรือนจ้วนฉินไจ้นั้น งดงามอย่างที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน

การบูรณะครั้งนี้ จึงต้องค่อยๆ ทำ และพิถีพิถัน อย่างมาก เพราะเนื้องาน มีทั้งการซ่อมแซม และสร้างขึ้นใหม่ เพื่อให้ใกล้เคียงของเดิมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยนับร้อยชิ้น หรือชิ้นงานโครงสร้างขนาดใหญ่ก็ตาม ความพยายามบวกกับประสบการณ์การเรียนรู้ ทำให้ผลงานที่ออกมาประสบความสำเร็จ เป็นที่ถูกใจและถูกต้องตามคุณสมบัติชิ้นงาน

จากที่เกริ่นมาตั้งแต่ตอนที่ ๑ , ๒ และ ๓ ในตอนนี้ คือ การบูรณะชิ้นงานหลักจากวัสดุที่เป็นส่วนประกอบอันสำคัญของเรือน จ้วนฉินไจ้  แต่ภายในเรือนก็ยังคงมีเครื่องประดับตกแต่งอีกหลายชิ้น ไม่ว่าจะ โต๊ะ เก้าอี้ พรม ฉากกั้น ฯลฯ ทั้งหมดล้วนเป็นการผลิตขึ้นใหม่โดยใช้วัสดุคุณภาพดีเยี่ยม จากช่างฝีมือที่ดีที่สุดของแผ่นดินมังกร ซึ่งล้วนมาจากเมืองซูโจวและหนานจิง ศูนย์กลางแห่งการผลิต ผ้าไหมแพรพรรณอันงดงามยิ่งของแผ่นดิน

Country: China
Site: Juanqinzhai
Caption: Pre-restoration view of theater
Image Date: 2004
Photographer: Palace Museum
Provenance: Site Visit
Original: from print collection

ตั้งแต่ จุดเริ่มต้นของโครงการบูรณะเรือน จ้วนฉินไจ้ ณ อุทยานฮวาหยวนขององค์จักรพรรดิเฉียนหลง ในปีคริสต์ศักราช ๒๐๐๒ จนกระทั่งในที่สุด ปีคริสต์ศักราช ๒๐๐๘ เรือนจ้วนฉินไจ้ ก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมกับการบูรณะในส่วนที่เหลืออื่นๆ ภายในอุทยานเฉียนหลงและสำเร็จเสร็จสิ้นไดัในปีคริสต์ศักราช ๒๐๑๘ ขณะนี้รอเพียงเวลาเปิดให้สาธารณะชนเข้าชมอย่างเป็นทางการในปีคริสต์ศักราช ๒๐๒๐ ซึ่งเป็นปีที่พระราชวังต้องห้ามจะมีอายุ ๖๐๐ ปี

โครงการบูรณะ อุทยานเฉียนหลง เป็นอภิมหาโครงการใหญ่ที่สุดอีกโครงการหนึ่งของพิพิธภัณฑ์พระราชวัง และมูลนิธิอนุสรณ์สถานโลก World Monuments Fund โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรือนจ้วนฉินไจ้ ซึ่งนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าอย่างยิ่งของพระราชวังต้องห้าม และของโลก เงินที่ใช้ในการบูรณะมรดกโลกทางวัฒนธรรมเช่นนี้ไม่ว่าจะหลักร้อยล้านหรือพันล้าน ก็ไม่สามารถจะเทียบได้กับโบราณสถานอันยิ่งใหญ่ระดับโลกที่มีผู้คนจากทั่วโลกไปเยือนถึง ๗ ล้านคนต่อปี และสิ่งนี้จะยังคงอยู่ตลอดไปตราบนานเท่านาน แม้ว่า …

จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ นามว่า เฉียนหลงฮ่องเต้ จะไม่เคยประทับอยู่ในเรือนจ้วนฉินไจ้ อุทยานเฉียนหลงฮวาหยวนแม้แต่คืนเดียวก็ตาม

สำหรับมูลนิธิอนุสรณ์สถานโลก World Monuments Fund  เป็นหน่วยงานที่มุ่งช่วยเหลือ สนับสนุนการอนุรักษ์โบราณสถานทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทย กัมพูชา จีน เอธิโอเปีย อิตาลี และโบราณสถานที่สำคัญยิ่งของโลกอีกมากมายกว่า ๖๐๐ แห่ง ทางมูลนิธิยังเปิดรับบริจาค เพื่อการระดมทุนในการดูแลและอนุรักษ์โบราณสถานสำคัญของโลก รวมถึงการเรียนรู้เพื่อต่อยอดการอนุรักษ์อีกด้วย

 

จ้วนฉินไจ้ อัญมณีเม็ดงามแห่ง พระราชวังต้องห้าม ตอนที่ ๑

จ้วนฉินไจ้ อุทยานเฉียนหลง พระราชวังต้องห้าม ตอนที่ ๒

 

Reference:

World Monuments Fund :  https://www.wmf.org/

Photo Courtesy: World Monuments Fund

Click to access WMF_China-Qianlong_Brochure.pdf

 

ผู้สนับสนุน

ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ถึงเหตุการณ์หลังสิ้นสุดยุคซูสีไทเฮา !!

THE LAST EMPERORหากท่านติดใจในภาพยนตร์จีนสุดคลาสสิคเรื่อง THE LAST EMPEROR และต้องการรู้ความเป็นไปของประวัติศาสตร์ตอนท้ายๆ ของประเทศจีน ก็ไม่ควรพลาดที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ อัตชีวประวัติของจักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ชิง ที่ทรงคุณค่าที่สุดของโลก เพราะนี่คือข้อมูลทางประวัติศาสตร์ถึงเหตุการณ์หลังสิ้นสุดยุคซูสีไทเฮาที่เปิดเผยขึ้น! เมื่อสิ้นสุดซูสีไทเฮา เราต่างเข้าใจว่าราชวงศ์ชิงสิ้นสลายแล้ว แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ยังมีจักรพรรดิอีกพระองค์หนึ่ง ที่ไม่อยู่ภายใต้อำนาจของพระนาง และต่อมาได้กลายเป็นสามัญชนคนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยสามารถดำรงตนอย่างมีคุณค่าตราบวาระสุดท้ายของชีวิต

ซื้อหนังสือออนไลน์


 

   
Previous ArticleNext Article
การอ่านหนังสือแบบนักคิดนั้นแตกต่างจากการอ่าน หนังสือแบบผู้อ่านทั่วๆไป ตรงที่เราใช้หนังสือเป็นบันไดในการก้าวไปสู่ความ คิดของผู้เขียน ในขณะเดียวกันเราก็ใช้หนังสือเป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟเพื่อส่องสว่างทาง ความคิดให้กับเราเดินไปสู่ความคิดใหม่ที่เป็นของตัวเราเอง เราต้องคิดเสมอว่า ถ้าเราอ่านเพียงเพื่อรู้ เราจะเป็นได้เพียงผู้ตามเท่านั้น แต่ถ้าเราอ่านเพื่อคิด เราสามารถก้าวเป็นผู้นำ(ทางความคิด)ได้อย่างแน่นอน ติดตามเราได้ที่ facebook