miscellaneous, Thai Book Review แนะนำหนังสือ

โรงพยาบาล หั่วเสินซาน กับความหมายที่ลึกซึ้ง

   

โรงพยาบาล หั่วเสินซาน

Huoshenshan & Leishenshan

2 hospitals built in 10 days in China

From Mission Impossible to Mission Possible COMPLETELY

 

        โรงพยาบาล หั่วเสินซาน โรงพยาบาลที่สร้างอย่างเร่งด่วนใน นครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย สาธารญรัฐประชาชนจีน จัดเป็นโรงพยาบาลที่สร้างขึ้นรวดเร็ว เพื่อใช้สำหรับรักษาพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโรคปอดอักเสบ ที่คนไทยและผู้คนทั่วโลกต่างเป็นกังวลกับการระบาดของโรคในช่วงเวลานี้

       โรงพยาบาล หั่วเสินซาน ใช้เวลาในการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ และก่อสร้างแล้วเสร็จในวันอาทิตย์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ใช้เวลาก่อสร้างเพียงสัปดาห์เศษเท่านั้น ซึ่งในเวลาปกติ สำหรับการสร้างโรงพยาบาลในขนาดที่เท่ากัน อาจจะต้องใช้เวลาในการก่อสร้าง ราว ๒ ปีเศษ ถึงจะสามารถสร้างได้เสร็จ แต่เนื่องจากทางการจีนได้ใช้แบบอย่างโรงพยาบาลเสี่ยวทังซาน ทางตอนเหนือของกรุงปักกิ่ง ที่ก่อสร้างในระยะเวลาเพียง ๑ สัปดาห์เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคซาร์ส SARs เมื่อ ๑๕ ปีก่อน เป็นต้นแบบของการก่อสร้างโรงพยาบาลชั่วคราวในครั้งนี้ และในวันนี้ จันทร์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ก็ได้ฤกษ์เปิดให้บริการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า อย่างเป็นทางการ

โรงพยาบาล หั่วเสินซาน

โรงพยาบาลหั่วเสินซาน เป็นโรงพยาบาลขนาด ๑,๐๐๐ เตียง บนพื้นที่ ๓๔,๐๐๐ ตารางเมตร  พื้นที่แต่ละยูนิตมีขนาด ๑๐ ตารางเมตร ในแต่ละห้องจะลดความดันอากาศ  เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสแพร่กระจายออกจากโรงพยาบาล

โรงพยาบาล หั่วเสินซาน

       โรงพยาบาล หั่วเสินซาน  มีบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นทีมแพทย์จาก กองทัพจีน ราว ๑,๔๐๐ คน ที่มาจากทั้งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) ทีมมหาวิทยาลัยแพทย์จากกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ซึ่งทั้งทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่พยาบาลเหล่านี้ ต่างเป็นผู้มีประสบการณ์ในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส SARs ที่คร่าชีวิตคนไปกว่า ๖๐๐ คน ในช่วงปีพุทธศักราช ๒๕๔๕ – ๒๕๔๖ ให้บริการและดูแลรักษาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบในครั้งนี้โดยเฉพาะ ด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครันและสมบูรณ์แบบเทียบเท่าโรงพยาบาลมาตรฐาน

2 hospitals built in 10 days in China

รองรับและให้บริการผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

     

         หั่วเสินซาน ไม่ได้เป็นโรงพยาบาลเพียงแห่งเดียว ที่ทางการจีนได้สร้างขึ้นมา เพื่อรองรับและให้บริการผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เท่านั้น แต่ทางการจีนได้สร้างโรงพยาบาลอีกแห่ง เป็นโรงพยาบาลแห่งที่ ๒ ใน นครอู่ฮั่น มีชื่อว่า โรงพยาบาลเหลยเสินซาน ซึ่งคาดว่าจะสร้างเสร็จและพร้อมให้บริการผู้ป่วยในเร็ววันนี้เช่นกัน

ผู้สนับสนุน

โรงพยาบาล หั่วเสินซาน

กับความหมายที่ลึกซึ้ง

หั่วเสินซาน ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Huoshenshan เขียนเป็นภาษาจีนได้ว่า 火神山医院

        มีความหมายโดยตรงว่า ขุนเขาแห่งเทพอัคคี (Mt.God of Fire) คำว่า หั่วเสิน (火神 : Huoshen) ยังมีความหมายที่ลึกซึ้ง ….. ด้วยคำว่า “หั่วเสิน” เป็นฉายาที่ตั้งให้กับ เซียน หรือเทพเจ้าผู้หนึ่งที่ชาวจีนให้ความเคารพนับถือ เซียนองค์นี้มีนามว่า จ้งหลี

 

ตามตำนานจีนกล่าวไว้ว่า

ขุนเขาแห่งเทพอัคคี (Mt.God of Fire)

         จ้งหลี เป็นเซียนที่ได้รับบัญชาจากสวรรค์ ให้ลงมายังโลกมนุษย์ คอยตรวจตราฟืนไฟ โดยมีพาหนะเป็นมังกรสองตัว ตรวจตราโลกมนุษย์ ครั้งหนึ่ง จ้งหลี เกิดเบื่อหน่ายในหน้าที่การงานที่ทำ จึงหันมาบำเพ็ญเพียรหน้าเตาไฟ เพื่อให้หลุดพ้นจากทางโลกโดยเร็ว ครั้งหนึ่ง จ้งหลียังเคยได้ช่วยเหลือผู้คนที่หวาดกลัวจากการถูกปีศาจหลอกหลอน ด้วยการแนะนำให้ใช้ไฟในการปราบปราม ด้วยการสร้างอุปกรณ์ขึ้นมาเป็นกระบอกไม้ไผ่ ตัดแต่พอลำสั้น กองกันได้เป็นจำนวนมาก ครั้งเมื่อถึงเวลาปีศาจออกอาละวาด จ้งหลีได้จุดไฟที่กระบอกไม้ไผ่เหล่านี้ แล้วขว้างออกไปทุกทิศทาง

 เมื่อกระบอกไม้ไผ่ถูกไฟเผา ก็จะเกิดระเบิดเสียงลั่นดังสนั่น ทำให้เหล่าปีศาจหวาดกลัวและหนีหาย ไป ไม่มาหลอกหลอนชาวบ้านอีก

       จ้งหลีจึงได้รับการยกย่อง  ให้เป็น เทพเจ้าแห่งไฟ อีกทั้งยังได้เป็นปรมาจารย์ในการทำประทัด และมีการสืบทอดวิชามาถึงทุกวันนี้ โดยมีแหล่งผลิตทำประทัดที่สำคัญอยู่ที่ เมืองหลิวหยาง มณฑลหูหนาน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมณฑลหูเป่ย นั่นเอง

 

    นอกจากตำนานอันเลื่องชื่อ ที่คนจีนต่างรับรู้และให้ความเคารพบูชา จ้งหลี เทพเจ้าแห่งไฟ แล้วนั้น   ชื่อ หั่วเสินซาน ซึ่งหมายถึง ขุนเขาแห่งเทพอัคคี ยังมีความเกี่ยวข้องกับทฤษฎีปัญจธาตุทั้งห้าในตำราแพทย์แผนจีนอีกด้วย…

 

ทฤษฎีปัญจธาตุทั้งห้าในตำราแพทย์แผนจีน

     ซึ่งกล่าวไว้ว่า หยิน-หยาง จะควบคุมและเป็นส่วนประกอบของสรรพสิ่งในจักรวาล ซึ่งสรรพสิ่งดังกล่าวยังประกอบด้วยธาตุทั้งห้า อันได้แก่ ไม้ ไฟ ดิน โลหะ(ทอง) และน้ำ และมนุษย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลเช่นกัน ดังนั้นในร่างกายของมนุษย์ย่อมประกอบไปด้วยธาตุทั้งห้าอย่างไม่ต้องสงสัย และสามารถแยกแยะอย่างคร่าวๆ ได้ ดังนี้

  • ธาตุไม้ มีลักษณะพิเศษ คือ เจริญเติบโตได้ เกิดใหม่ได้ เปรียบเทียบกับอวัยวะในร่างกาย คือ ตับ ถุงน้ำดี
  • ธาตุไฟ มีลักษณะพิเศษ คือ ร้อน เปรียบเทียบกับอวัยวะในร่างกาย คือ หัวใจ ลำไส้เล็ก
  • ธาตุดิน มีลักษณะพิเศษ คือ ให้กำเนิดแก่สรรพสิ่ง เปรียบเทียบกับอวัยวะในร่างกาย คือ ม้าม กระเพาะอาหาร
  • ธาตุโลหะ(ทอง) มีลักษณะพิเศษ คือ สะอาด และ บริสุทธิ์ เปรียบเทียบกับอวัยวะในร่างกาย คือ ปอด ลำไส้ใหญ่
  • ธาตุน้ำ มีลักษณะพิเศษ คือ ทำให้เกิดความชื้น และไหลลงที่ต่ำ เปรียบเทียบกับอวัยวะในร่างกาย คือ กระเพาะปัสสาวะ และ ไต

นอกจากธาตุทั้ง ๕ อย่างแล้ว ยังมีอยู่ในทวาร อันได้แก่

เนื้อเยื่อ เสียง อารมณ์ กลิ่น ฯลฯ

     ธาตุทั้งห้าในทฤษฎีทางแพทย์แผนจีนดังกล่าว มีหน้าที่ในการ สร้าง ข่ม และ กด หากพิจารณาถึงหลักการศาสตร์แพทย์แผนจีน และปรัชญา ความรู้ในเรื่องของความเชื่อของชาวจีนโบราณนั้น

ชื่อของโรงพยาบาลที่มีความหมายถึง ขุนเขาแห่งเทพอัคคี ย่อมหมายถึง ไฟ และในทฤษฎีปัญจธาตุทั้งห้า ธาตุไฟ คือ ธาตุที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำลายธาตุโลหะ โรงพยาบาลแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อการรักษาโรคปอดอักเสบโดยเฉพาะ !!!!

 

ในทางแพทย์แผนจีน ดังที่อ้างข้างต้นได้ระบุไว้ว่า

ธาตุโลหะ(ทอง) >>  เปรียบเทียบกับอวัยวะ คือ ปอด

โรงพยาบาลหั่วเสินซาน จึงเป็นโรงพยาบาลขุนเขาแห่งเทพอัคคี ที่จะดลบันดาลให้พลังแห่งไฟนั้นกำจัดเชื้อโรคที่มีผลต่อปอดให้หมดไปได้โดยเร็ว

 

โรงพยาบาล เหลยเสินซาน

( Leishenshan: 雷神山医院 )

 

โรงพยาบาลเหลยเสินซาน

 

   ส่วนโรงพยาบาลอีกแห่ง ที่กำลังสร้างอยู่ คือ โรงพยาบาลเหลยเสินซาน (Leishenshan: 雷神山医院 )

       คำว่า Leishen หมายถึง ขุนเขาแห่งเทพอัสนี หรือขุนเขาเทพเจ้าแห่งสายฟ้า Leishen คือที่มาของนาม ลุ่ยกง หรือ เหลยกง เซียนผู้พิทักษ์คุณธรรม ๑ ในห้าแม่ทัพแห่งสวรรค์ ประจำทิศตะวันออก มีหน้าที่ในการกำกับดูแลทิศทางของสวรรค์และโลกมนุษย์

ลุ่ยกง (雷公) หรือเทพเจ้าแห่งสายฟ้า

ลุ่ยกง (雷公) หรือเทพเจ้าแห่งสายฟ้า หรือ เหลยกุง

    เป็นเทพแห่งสายฟ้า ที่ยังมีอิทธิฤทธิ์ในการบันดาลให้ฝนตก ซึ่งชาวจีนยังคงให้ความเคารพและบูชาลุ่ยกง ทุกครั้งที่เกิดความแห้งแล้งในพื้นที่ ก็ยังมีการขอฝนและบูชาเทพเจ้าลุ่ยกงเพื่อให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลอีกด้วย

      ดังนั้น เทพเจ้าทั้งสอง จ้งหลี และ ลุ่ยกง จึงเป็นเทพเจ้าแห่งอัคคี และ เทพเจ้าแห่งอัสนี ผู้พิทักษ์คุณธรรม ปราบอธรรมและความชั่วร้าย ซึ่งในที่นี้หมายถึง โรคไวรัสโคโรน่า หรือ โรคปอดอักเสบ ที่กำลังระบาดอยู่ในครั้งนี้นั่นเอง


     จากการก่อสร้าง โรงพยาบาลชั่วคราว ทั้ง หั่วเสินซาน และ เหลยเสินซาน ภายในระยะเวลาเพียง ๘ วัน ไม่เพียงแต่ทำให้คนทั้งโลกมองเห็นศักยภาพของคนจีนที่สามารถสร้างทุกอย่างได้ราวกับเสกขึ้นมาเท่านั้น แต่หากมองลึกลงไปในมุมมอง ปรัชญา ความคิด และถึงรากเหง้าแห่งภูมิปัญญาจีน

      คนจีนนับเป็นอีกชนชาติหนึ่ง ที่ในโลกปัจจุบันนี้ เราไม่อาจปฎิเสธได้เลย ถึงความก้าวหน้า ความเจริญรุ่งเรืองที่ก้าวไกลอย่างก้าวกระโดดของจีน แต่นอกเหนือจากการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จีนยังเป็นชนชาติที่ไม่เคยละเลย หรือทิ้ง ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วิธีคิด และวัฒนธรรมในรากเหง้าอันซับซ้อนของตน แต่กลับขับเคลื่อนทุกอย่างไปพร้อมๆ กันกับการพัฒนาได้อย่างลงตัวและน่าชื่นชม

      ตั้งแต่ท่านประธานาธิบดีหูจิ่นเทา จนถึงสมัยท่านประธานาธิบดี สีจิ้นผิง คนปัจจุบัน มีนโยบายที่สานต่อและสืบเนื่องกันมาอย่างหนึ่ง คือ จีนต้องพัฒนาประเทศให้ก้าวไกลให้มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน การรักษามรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของคนจีนเอง ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำควบคู่และปกป้องพร้อมกันไปด้วย หนึ่งในนโยบายการศึกษาของคนรุ่นใหม่ ทางการจีนเน้นให้ใช้ภาษาตะวันตกให้น้อยลง แต่เพิ่มการเรียนรู้วัฒนธรรมจีนให้มากขึ้น อาทิเช่น การเขียนตัวหนังสือจีนโบราณ การรื้อฟื้นนาฎศิลป์จีนในทุกแขนง รวมถึงการให้ความสำคัญกับคูคลอง เมืองโบราณทุกแห่งบนแผ่นดินจีน ฯลฯ รวมถึงเรื่องคุณธรรมประจำตนที่ต้องสืบทอดรุ่นต่อรุ่นไม่มีวันสิ้นสุด

 

“วัฒนธรรมคือรากเหง้าของชาติ เป็นเรื่องที่จีนต้องปกป้องไว้ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติ ถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญ”

สีจิ้นผิงกล่าวไว้

 

อ้างอิง:

  • ภาพเทพเจ้าลุ่ยกง เพจ: เทพเจ้าจีน – Chinese Gods
  • คณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ http://cmed.hcu.ac.th/knowledge.php?num=92
  • Wikipedia: โรงพยาบาลหั่วเสินซาน และ โรงพยาบาลเหลยเสินซาน
  • Facebook: China Xinhua
  • https://www.zaobao.com
  • https://www.kwongwah.com
  • www.bjd.com.
  • https://info.51.ca

 

   
Previous ArticleNext Article
เบ็ดเตล็ด นำเสนอ Miscellaneous เกร็ดความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และอื่นๆ อีกมากมาย ติดตามเราได้ที่ Website ติดตามเราได้ที่ facebook ติดตามเราได้ที่ Twitter