Thai Book Review, Uncategorized

ในหลวงรัชกาลที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเป็นปราชญ์แห่งการอ่าน

ในหลวงรัชกาลที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเป็นปราชญ์แห่งการอ่าน

ทรงพระราชดำริว่า หนังสือ คือ “ธนาคารแห่งความรู้

คุณทราบหรือไม่ครับว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเป็นปราชญ์แห่งการอ่าน ทรงมี หนังสือ สะสมมากกว่า ๑,๐๐๐ เล่ม ซึ่งประกอบไปด้วยหนังสือประเภท ต่างๆ มากมายครับ  ทรงพระราชดำริว่า หนังสือ เป็น “ธนาคารแห่งความรู้”  พระองค์ทรงโปรดพระอักษร (อ่านหนังสือ) และทรงสะสมหนังสือส่วนพระองค์ไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ฯลฯ

เมื่อทรงว่างจากพระราชภารกิจในยามค่ำคืนบางครั้งก็จะทรง “เล่านิทาน” จากหนังสือ พระราชทานแก่เด็ก ๆ ที่เฝ้าฯใกล้ชิด โปรดเกล้าฯให้ราชบัณฑิตยสภาจัดประกวดหนังสือที่แต่งดี เพื่อเป็นการสนับสนุนการแต่งหนังสือและให้ประชาชนได้หาความรู้จากหนังสือที่ดี ให้จัดตั้งหอพระสมุดสำหรับพระนครโดยให้รวมหอพระสมุดวชิราวุธ ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมหนังสือพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพอพระสมุดวชิรญาณ ซึ่งรวบรวมสมุดไทย ใบลานต่าง ๆ ที่เป็นมรดกภูมิปัญญาของชาติไว้ ซึ่งนับเป็นประโยชน์ต่อกิจการพัฒนาความรู้ของประชาชน เช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ที่แม้จะมีพระราชภารกิจจำนวนมาก แต่ก็พระราชทานความสำคัญแก่การเรียนรู้จากหนังสือ โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

 

ในหลวงรัชกาลที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเป็นปราชญ์แห่งการอ่าน

หนังสือที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดมากที่สุดเป็น หนังสือเชิงประวัติศาสตร์ และชีวประวัติบุคคลสำคัญ และหนังสือทุกเล่มที่เป็นสมบัติส่วนพระองค์นั้นยังมีป้ายบรรณสิทธิ์แสดงความเป็นเจ้าของหนังสือ แสดงถึงความสนพระราชหฤทัยในหนังสือสะสมอันเป็นมรดกภูมิปัญญาสะท้อนเรื่องราวในอดีตและระหว่างพระชนม์ชีพได้เป็นอย่างดี  พระองค์ทรงเห็นประโยชน์ของการอ่านหนังสือว่า จะทำให้คนเรามีปัญญามากขึ้น แม้เพียงการอ่านหนังสือนวนิยาย แต่อาจจะมีเรื่องทางสังคมสอดแทรกอยู่ จึงเป็นการฝึกตน ให้เกิดความแตกฉานทั้งภาษาและความรู้ รวมถึงเปิดกว้างทัศนคติต่างๆ อย่างรอบด้านไม่มีที่สิ้นสุด
ปัจจุบันคนไทยอ่านหนังสือกันน้อยลง เพราะวิถีชีวิตในสังคมเปลี่ยนไป โอกาสจะเข้าหาหนังสือยากขึ้น ดังนั้นแบบอย่างในการอ่านของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและควรค่าน้อมนำมาปฏิบัติตามเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และเปิดประตูความคิดของตนเองสู่โลกกว้าง

หันมาอ่านหนังสือกันให้มากขึ้นครับ วางเทคโนโลยี สื่อสังคมออนไลน์ให้น้อยลง แล้วมาจับหนังสือ อ่านตัวอักษรกันให้มากขึ้น เริ่มจากตัวเรา แล้วแนะนำคนในครอบครัวที่เรารัก เพื่อนฝูง มาร่วมกันเป็นนักอ่าน และเจริญรอยตามแนวทางพระราชดำรัสของพระองค์กันครับ ^^

cr banmuang.co.th, digitallib.stou.ac.th

แสดงความเห็นของคุณ

Previous ArticleNext Article

การอ่านหนังสือแบบนักคิดนั้นแตกต่างจากการอ่าน หนังสือแบบผู้อ่านทั่วๆไป ตรงที่เราใช้หนังสือเป็นบันไดในการก้าวไปสู่ความ คิดของผู้เขียน ในขณะเดียวกันเราก็ใช้หนังสือเป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟเพื่อส่องสว่างทาง ความคิดให้กับเราเดินไปสู่ความคิดใหม่ที่เป็นของตัวเราเอง เราต้องคิดเสมอว่า ถ้าเราอ่านเพียงเพื่อรู้ เราจะเป็นได้เพียงผู้ตามเท่านั้น แต่ถ้าเราอ่านเพื่อคิด เราสามารถก้าวเป็นผู้นำ(ทางความคิด)ได้อย่างแน่นอน

ติดตามเราได้ที่ facebook