miscellaneous, Thai Book Review แนะนำหนังสือ

ฝาแฝดสยาม อิน-จัน Siamese Twins Eng & Chang Bunker

แฝดสยาม อิน-จัน Siamese Twins
   

   แฝด อิน-จัน Siamese Twins หรือ แฝดสยาม คนดังระดับโลก ที่น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเขาทั้งสองคน

     บทความนี้จะนำเสนอประวัติแบบย่นย่อ พอสังเขป เพื่อได้ทราบถึงความเป็นไปเป็นมาตั้งแต่ต้นจนจบได้ ในเวลาการอ่านที่ไม่มากนัก  และแน่นอน ครับ หากคุณสนใจในส่วนเนื้อหาใดเพิ่มเติม ก็สามารถค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มกันต่อไปได้ ซึ่งเราจะพยายามแนะนำแหล่งข้อมูลอื่นๆ ในตอนท้ายของบทความครับ

แฝด อิน-จัน เป็น แฝด ชนิดที่เรียกว่า “แฝดแท้” ( Identical Twins )

“แฝดแท้”  คือ แฝด ที่เกิดจากไข่มารดา 1 ฟอง และ จากสเปิร์ม 1 ตัว ของบิดา และเกิดการแบ่งตัวเป็น แฝด แต่ด้วยความผิดพลาดของการแบ่งตัว หรือการแบ่งตัวช้าเกินไป ที่เรียกว่า ( Conjoined Twins ) ทำให้มีอวัยวะบางส่วนติดกัน บ้างก็เป็นอวัยวะภายนอก บ้างก็ติดกันในระบบอวัยวะภายใน สำหรับในกรณีของ อิน-จัน เป็น Conjoined twins ที่มีอวัยวะภายในติดกัน นั่นก็คือ ใช้ตับร่วมกัน และอวัยวะภายนอกติดกันตั้งแต่อกลงมาที่ท้อง

และนี่ก็คือ จุดกำเนิด เกิดขึ้นของ Siamese Twins หรือ แฝดสยาม อิน-จัน

แฝดสยาม อิน-จัน

ประวัติอย่างย่อ ของ อิน-จัน

เป็นฝาแฝด แต่ร่างกายแตกต่างกัน และอุปนิสัย แตกต่างกัน  อิน มีร่างกายสูงกว่า จัน 1 นิ้ว มีอุปนิสัย ใจเย็น เรียบง่าย สำหรับ จัน มีอุปนิสัย ใจร้อน ขี้โมโห แต่มีความฉลาดหลักแหลม อินชอบเล่นไพ่ แต่จัน ชอบดื่มสุรา

แฝดสยาม อิน-จัน  เกิดในประเทศไทย เป็นชาวสมุทรสงคราม บริเวณปากคลองแม่กลอง ตำบลแหลมใหญ่ จังหวัดสมุทรสงคราม เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2354 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ( รัชกาลที่ 2 ) คุณพ่อ นายอิน-จัน เป็นคนจีน ที่อพยพมาจากประเทศจีน คุณแม่อิน-จัน ไม่ปรากฎชัดเจนว่าชื่อ นาก หรือ นก และเป็นเชื้อชาติใด คนไทยหรือไม่ บ้างก็ว่าชาวจีนมาเลฯ บ้างก็ว่าเป็นชาวอินโดนีเซีย คุณพ่ออิน-จันเสียชีวิต เมื่ออินกับจันเกิดขึ้นมาได้ 2 ปี จึงทำให้ แม่อินจัน ต้องรับภาระการเลี้ยงดูเพียงคนเดียว

เรื่อง ฝาแฝดสยาม อิน-จัน
นาย Robert Hunter (โรเบิร์ต ฮันเตอร์ )

เมื่อ อิน-จัน อายุได้ 18 ปี Go inter !!!

      แฝดสยาม อิน-จัน ได้พบกับ นาย Robert Hunter (โรเบิร์ต ฮันเตอร์ ) บางคนอาจจะไม่คุ้นหู แต่ถ้าบอกว่า นายหันแตร หลายคนคงร้องอ๋อ !!! แล้วเรื่องราวของ ห้างหันแตร ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในเมืองไทย ก็ผุดขึ้นมา นาย โรเบิร์ต ฮันเตอร์ คนนี้แหละครับ ที่เป็นผู้ชักนำ แฝดสยาม อิน-จัน โก อินเตอร์ นั่นเอง นายหันแตร ได้ชักชวน แฝดอิน-จัน และได้ขอเจรจากับคุณแม่ อิน-จัน ไปแสดงโชว์ตัวที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะให้ค่าตอบแทน 1,600 บาท สำหรับการขอตัวไปแสดงโชว์

ผู้สนับสนุน

 

 วันที่ 1 เมษายน 2372 แฝดสยาม อิน-จัน เดินทางออกจากสยาม

     138 วัน ของการเดินทางที่ยาวนาน ด้วยเรือ จากสยาม ถึง บอสตัน Boston ( สหรัฐอเมริกา ) โดยในช่วง 2 ปีแรก ของงานการแสดงโชว์ตัวที่นั่น กล่าวกันว่า แฝดอิน-จัน ไม่ได้รับผลประโยชน์มากนัก เนื่องจาก “สัญญา” ที่ได้ทำไว้กับนายโรเบิร์ต ฮันเตอร์ ที่ไม่ค่อยจะเป็นธรรมสักเท่าไหร่  จนเมื่อ ทั้งคู่มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ และสัญญา ได้สิ้นสุดลง ฝาแฝดอิน-จัน ก็รับงานเอง และได้เปิดแสดงไปทั่วสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ เช่น อังกฤษ , คิวบา , ฝรั่งเศส , เบลเยี่ยม ฯลฯ จนสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ !!! 

      นอกเหนือจากการแสดงโชว์กับคณะละครสัตว์ และโชว์กายกรรม แล้ว แฝดอินจัน ยังมีรายได้จากการโชว์ตัว ตามสถาบันทางการแพทย์ โดยใช้ร่างกายที่แปลกประหลาดของเขา ให้แพทย์ในยุคสมัยนั้นได้ศึกษาค้นคว้าอีกด้วย และไม่ใช่แค่ในวงการแพทย์ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แฝดสยามอินจัน ยังเป็นที่รู้จักในวงการแพทย์ทั่วโลกอีกด้วย

Eng กับ Chang Bunker ( เอ็ง-ชาง บังเกอร์ )     ในระยะเวลาเพียง 8 ปี ฝาแฝดอินจัน ก็เริ่มมีฐานะร่ำรวยขึ้น จนกระทั่งสามารถซื้อที่ดินผืนงาม บริเวณ MOUNT AIRY ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ขนาดเกือบ 120 เอเคอร์ หรือประมาณ เกือบ 300 ไร่ เพื่อปลูกบ้านอาศัย และทำเกษตรกรรมไร่ฝ้าย โดยมีทาสในครอบครองถึง 32 คน !!! ซึ่งในสมัยนั้น การที่ครอบครัวใดมีทาส มักจะเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยมาก ยิ่งมีทาสมาก ก็รวยมาก ครับ แฝดอินจัน ยังได้รับสัญชาติอเมริกัน และได้เปลี่ยนชื่อ เป็น Eng กับ Chang Bunker ( เอ็ง-ชาง บังเกอร์ )

เมื่อมีความพร้อมในเรื่องของฐานะเงินทอง พร้อมแล้ว ก็มาถึงเรื่องของการมีครอบครัว ???

แอดมินเชื่อว่า หลายคนมีคำถามลึกๆในใจอยู่ว่า ในการใช้ชีวิตตามปกติทั่วๆไป ก็ยากลำบากพออยู่แล้ว แล้วการใช้ชีวิตคู่ในแบบครอบครัว จะทำอย่างไร และมันจะยากลำบากเกินไปมั้ย ??

คำตอบคือ  … ไม่เลยครับ ฝาแฝด อินและจัน สามารถแต่งงาน และใช้ชีวิตคู่ ที่แม้อาจจะไม่ปกติแบบคนอื่นทั่วๆไปได้ และไม่ได้ราบรื่นมากนักในตอนต้น แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค์ใดๆ ครับ ฝาแฝดสยาม อินจัน สามารถแต่งงาน และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างปกติสุข และสามารถมีลูก รวมกันทั้งอินและจัน ถึง 21 คนด้วยกัน ( อิน มีลูก 10 คน และ จันมีลูก 11 คน ) และ อิน-จัน ได้ให้ความสำคัญมากเกี่ยวกับการให้การศึกษากับลูกๆของตน จนทำให้ ลูกหลาน ตระกูล Bunker ประสบความสำเร็จและสืบเชื้อสายมายาวนานจนถึงปัจจุบัน Adelaide Yates (ภรรยาของ จัน ) และ Sarah Yates (ภรรยาของ อิน) ทั้งสองเป็นพี่น้องตระกูล Yates

แฝดสยาม อิน-จัน

แฝดสยาม
ภาพนี้ถ่ายประมาณ ค.ศ. 1865 (พ.ศ. 2408 ในรัชกาลที่ 4) อิน(คนซ้าย)ถ่ายกับซาร่า และลูกชายอัลเบิต ขวาคืออิน กับภรรยาอเดเลด และลูกชายคือแพทริค เฮนรี่ จันมีลูก 10 คน ส่วนอินมีลูก 11 ปัจจุบันนี้เชื้อสาย อินและจัน อาศัยอยู่ในรัฐต่างๆ รวมจำนวนแล้วมากกว่า 1500 คน มีหลานเหลนที่เป็นฝาแฝด แต่ไม่มีแฝดติดกัน

ธุรกิจ ไร่ฝ้าย ของอิน-จัน ไม่ราบรื่นมากนัก

อินและจัน ก็จัดแสดงโชว์ตัวอีกครั้ง

ฝาแฝดสยาม สงครามกลางเมือง
American Civil War ค.ศ. 1861-1865

เมื่อ สงครามกลางเมืองในอเมริกา ( American Civil War ) ได้ระเบิดขึ้นใน เดือนเมษายน ปี ค.ศ. 1861-1865 ที่เกี่ยวข้องกับข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการถือครองทาส ระหว่าง ฝ่ายเหนือ (ฝ่ายสหพันธรัฐ) และฝ่ายใต้ (ฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกา ) และ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ที่เป็นบ้านของ อินและจัน เป็น 1 ใน 11 รัฐ ที่แยกตัวจากสหภาพเพื่อก่อตั้งเป็น สมาพันธรัฐอเมริกา (ฝ่ายใต้) คริสโตเฟอร์ ลูกชายของจัน และสตีเฟน ลูกชายของอิน ต่างเข้าร่วมรบในกองทัพของสมาพันธรัฐ เมื่อสงครามจบลง ผลคือ ฝ่ายสมาพันธรัฐ (ใต้) แพ้สงคราม คู่ฝาแฝด จึงสูญเสียทรัพย์สินของตนเกือบหมด และไม่มีทาสคอยทำงานให้อีกต่อไป จึงทำให้ ฝาแฝดอิน-จัน ต้องกลับไปพึงพิงรายได้เดิมจากการแสดงโชว์ตัวอีกครั้ง และในการโชว์ตัวรอบนี้ ก็ไม่ได้สร้างรายได้น้อยลงไปกว่าเดิม อีกทั้ง ยังสามารถสร้างชื่อเสียงเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย โดยการโชว์ตัวอีกครั้งในรอบนี้ ไปไกลจนถึงเยอรมัน และรัสเซีย กันเลยทีเดียว

อินและจัน จากไปในวัย 63 ปี

คืนในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2417 ( อายุ 63 ปี ) จัน ก็ได้เสียชีวิตลง ด้วยสาเหตุที่ไม่แน่ชัด ในบางข้อมูลระบุว่า อาจเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย และหลังจากนั้น อิน ก็เสียชีวิต ตามไป ในอีกเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

สุสานของอิน-จันหลังโบสถ์ที่ไวต์เพลนส์ แม้จารึกไว้ว่าเป็นที่ฝังศพอิน-จันและภรรยาทั้งสอง แต่จริงๆ แล้ว ศพของแซลลี ภรรยาของอิน นั้นฝังอยู่ในฟาร์มของอิน

ภรรยาหม้ายของแฝดอิน-จัน เก็บร่างของ สามีตนทั้งคู่ไว้ในห้องใต้ดินประมาณ 1 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้พวกนักขโมยศพเข้ามาหาประโยชน์ ต่อมาในปี 1875 เธอจึงย้ายศพ ไปฝังไว้ บริเวณบ้านของจัน

Sarah ครองชีวิตหม้ายหลังอินเสียชีวิตไปแล้วอีก 18 ปี และเสียชีวิตลง เมื่อวันที่ 29 เมษายน 1892 ด้วยวัย 70 ปี ที่ฟาร์มของอิน ส่วน Adelaide ภรรยาของจัน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 1917

ศพของอิน-จันถูกกู้ขึ้น จากบริเวณบ้านของจัน เพื่อนำไปฝังไว้เคียงข้างกับอะดีเลด ณ สุสานของโบสถ์ไวต์ เพลนส์ (White Plains Church Cemetery) ที่เซอร์รี เคาน์ตี (Surry County) ในนอร์ทแคโรไลนา อันเป็นโบสถ์ซึ่งทั้งสองบริจาคเงินช่วยสร้าง

แฝดสยาม อิน-จัน Siamese Twins

ข้อมูลเพิ่มเติม

รำลึก 210 ปี แฝดสยาม “อิน-จัน”
http://www.snc.lib.su.ac.th/kmblog/?p=4874

https://www.silpa-mag.com/history/article_7408

http://www.sideshowworld.com/81-SSPAlbumcover/Chang/Eng.html

https://www.sarakadeelite.com/faces/chang-and-eng-bunker/

http://muttermuseum.org/exhibitions/cast-and-livers-of-chang-and-eng-bunker/

https://www.wwno.org/2013-06-05/chinas-conjoined-twins-still-fascinate-two-centuries-later

คืนถิ่นบรรพบุรุษที่สมุทรสงคราม

ทริปคืนสู่ ‘เหย้า’ ครั้งแรกในชีวิตของทายาทแฝดสยามอิน-จันที่จังหวัดสมุทรสงคราม

 

เรื่องอื่นๆ ที่แนะนำ

 

เรื่องของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน หนังสือจอมนางแห่งสยาม

   
ผู้สนับสนุน

หนังสือ  ราชบัลลังก์พม่า วาระสุดท้ายแห่งระบบกษัตริย์ !!

ราชบัลลังก์พม่า      เรื่องราวประวัติศาสตร์พม่า สมัยพระเจ้ามินดง จนถึงวาระสุดท้ายของระบอบกษัตริย์ในสมัยพระเจ้าธีบอ อ่านแล้วทำให้เราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของพม่า รูปแบบการปกครอง ยิ่งในบทที่บรรยายถึงความโหดร้ายของพระเจ้าธีบอและพระนางศุภยาลัต  ความเหี้ยมโหดของการสังหารเชื้อพระวงศ์ด้วยกัน เพียงเพื่อต้องการบัลลังก์    หนังสือ “ราชบัลลังก์พม่า วาระสุดท้ายแห่งระบบกษัตริย์” เล่มนี้ เขียนโดย ศาสตราจารย์พิเศษเสฐียร  ผู้เขียนยังได้เสนอมุมมองอันหลากหลาย ผ่านการวิเคราะห์ให้เห็นถึงปัญหาของพม่าในยุคเวลานั้น โดยเฉพาะการฉายภาพเรื่องอำนาจวาสนา กิเลสตัณา และความมักใหญ่ใฝ่สูงของคนในช่วงเวลาดังกล่าว อันกลายเป็นปฐมเหตุแห่งการสูญเสียเอกราชของพม่าแก่อังกฤษ

ซื้อหนังสือออนไลน์


 


Previous ArticleNext Article
การอ่านหนังสือแบบนักคิดนั้นแตกต่างจากการอ่าน หนังสือแบบผู้อ่านทั่วๆไป ตรงที่เราใช้หนังสือเป็นบันไดในการก้าวไปสู่ความ คิดของผู้เขียน ในขณะเดียวกันเราก็ใช้หนังสือเป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟเพื่อส่องสว่างทาง ความคิดให้กับเราเดินไปสู่ความคิดใหม่ที่เป็นของตัวเราเอง เราต้องคิดเสมอว่า ถ้าเราอ่านเพียงเพื่อรู้ เราจะเป็นได้เพียงผู้ตามเท่านั้น แต่ถ้าเราอ่านเพื่อคิด เราสามารถก้าวเป็นผู้นำ(ทางความคิด)ได้อย่างแน่นอน ติดตามเราได้ที่ facebook