Bag Gallery & Fashion, miscellaneous, Thai Book Review แนะนำหนังสือ, Uncategorized

อาณาจักรตระกูลฮุน กับการคานอำนาจ และการเมืองหลังม่าน

“ในดินแดนกัมพูชา ยุค (ใกล้) ผลัดใบ …. การส่งไม้ต่อของอำนาจจาก ‘สมเด็จเดโช ฮุน เซน’ สู่ ‘สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต’ ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีตามวิถีการเมืองปกติ แต่ คือบทพิสูจน์ความสำเร็จของกระบวนการวางรากฐานอำนาจเชิงตระกูล (Dynastic Politics) ที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตมานานกว่า 3 ทศวรรษ ….   ความแข็งแกร่งของ ตระกูล ฮุน เซน  ไม่ได้พึ่งพิงอยู่เพียงบารมีของผู้นำสูงสุดคนเดียว แต่ถูกค้ำยันด้วย ‘สายเลือด’ ที่กระจายตัวเข้าคุมตำแหน่งยุทธศาสตร์ ในทุกมิติของประเทศ ตั้งแต่กองทัพ  กลไกความมั่นคงภายในที่ลึกลับ อาณาจักรธุรกิจที่มั่งคั่ง (ทั้งบนดิน และใต้ดิน) ไปจนถึงงานมวลชนที่กุมหัวใจคนรุ่นใหม่ ….

บทความ ส่วนแรกนี้ จะพาท่านรู้จักโปรไฟล์ของเหล่าสมาชิก ‘ครอบครัวฮุน’ ผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งแต่ละคนเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ  ที่ถูกวางลงในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เพื่อประกอบขึ้นเป็นภาพรวมของอาณาจักร ที่ยากจะสั่นคลอน และหาคำตอบว่า ใครคือใครในเครือข่ายอำนาจที่ซับซ้อนนี้…”

“The House of Hun”
ทำความรู้จักสมาชิกตระกูลฮุน (Profile & Roles)

บุน รานี (Bun Rany) หรือ สมเด็จกฤตพฤฒบัณฑิต

บุน รานี (Bun Rany) หรือ สมเด็จกฤตพฤฒบัณฑิต ผู้เป็นภรรยาของฮุนเซ็น ได้รับการจัดลำดับความยิ่งใหญ่ว่าเป็นผู้ที่ใหญ่กว่าฮุนเซ็นในการจัดการภายในครอบครัว แม้ฮุนเซ็นจะมีอำนาจสั่งการในสายการเมือง และกองทัพได้ทั้งหมด แต่บุญราณีคือผู้บัญชาการภายในบ้าน โดยเป็นผู้จัดระบบระเบียบ การจัดการพฤติกรรมของสมาชิกในครอบครัว รวมถึงการกำหนดการออกงานต่างๆ เขายังเป็นคนเดียวที่ฮุนเซ็นรักเดียวใจเดียว (ผัวเดียวเมียเดียว) แม้จะมีกรณีพิเศษอื่นๆ บ้าง แต่ก็ไม่นับเป็นหลัก บทบาทของบุญราณี จึงสำคัญในการวางรากฐานทางสังคมและอำนาจให้กับลูกๆ

ฮุน มาเนต  (Hun Manet) หรือ สมเด็จมหาบวรธิบดี   บุตรชายคนโต ได้รับความรักและการทุ่มเทจากฮุนเซ็นมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเขาเป็นลูกคนเดียวที่เกิดในถิ่นเขมรแดง คือในป่า จังหวัดกำปงจาม ฮุน มาเนต เกิดในปี 1977 และฮุนเซ็นได้หนีไปอยู่กับเวียดนามในขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน ฮุนเซ็นไม่คาดคิดว่าบุญราณีและลูกจะยังมีชีวิตอยู่รอดจากภาวะสงคราม ความรักที่เกิดขึ้นเมื่อได้พบหน้ากันอีกครั้งในวันที่ลูกอายุ 2 ขวบกว่า ทำให้ฮุนเซ็นหมายมั่นปั้นมือและทุ่มเทเพื่อส่งต่ออำนาจนายกรัฐมนตรีให้กับบุตรชายคนนี้

ฮุน มาเนต ได้รับการเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาและการทหารในระดับที่สูงมาก เขาเติบโตมากับการเป็นทหารและสำเร็จการศึกษาด้านการทหาร โดยเคยได้รับโควตาเข้าศึกษาจากประเทศไทยในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำไทยกับฮุนเซ็นเป็นไปด้วยดี ด้านวิชาการ เขาจบปริญญาโท 2 ใบจากอเมริกา และปริญญาเอก 1 ใบจากอังกฤษ การศึกษาของเขาครอบคลุมทั้งเศรษฐศาสตร์ การบริหารธุรกิจ และการยุทธการทหาร ซึ่งนับว่าสูงเกินมาตรฐานของคนทั่วไป

ในฐานะลูกคนโต ฮุน มาเนต เป็นคนที่เชื่อฟังพ่อแม่และไม่เคยบิดพลิ้วคำสั่ง เมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อแม่ เขาจะเป็นคนพูดน้อย และเป็นผู้ดูแลน้อง ๆ พ่อแม่เป็นผู้สั่งการทุกอย่าง และเขาก็ทำตามคำสั่งนั้น อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทำให้เขาได้รับการฝึกฝนและได้รับอนุญาตให้พูดมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เขาสามารถพูดได้อย่างเก่งกาจมากขึ้นในระยะหลัง

 

ฮุน มานา (Hun Mana) ลูกสาวคนแรกที่เกิดในปี 1980 ที่กรุงพนมเปญ

ฮุน มานา (Hun Mana)  ลูกสาวคนแรกที่เกิดในปี 1980 ที่กรุงพนมเปญ เขาไม่เหมือนพี่ชายคนโตที่เกิดในป่า เขาเป็นลูกสาวคนแรกและคนโตที่แม่มอบหมายให้รับงานสำคัญหลายอย่าง งานหลักของเขาคือการสังคมสงเคราะห์ เขาติดตามบุญราณีไปทุกงานในฐานะภรรยานายก ซึ่งมักเป็นประธานในเรื่องต่าง ๆ เช่น องค์กรกาชาดสากล และการพัฒนาเยาวชน แม่และเด็ก ทำให้เขารับผิดชอบงานด้านการช่วยเหลือ การแจกยา ข้าวของ และการดูแลผู้ป่วย

ฮุน มานา มีบทบาทสำคัญในการควบคุมสื่อมวลชนของตระกูล โดยปัจจุบันเขาเป็นผู้ดูแลบายยนทีวี ซึ่งเป็นสถานีที่เคยถูกนักธุรกิจไทยเปิดเป็นเคเบิลทีวีรายแรกในพนมเปญคือ IBC ก่อนที่จะถูกถ่ายโอนมาอยู่ในตระกูลฮุน บุคลิกภาพของเขาถูกปั้นให้เป็นคนสุภาพเรียบร้อยเหมือนผ้าที่พับไว้ มีการแต่งตัวเป็นสตรีชั้นสูง หรือคุณหญิงคุณนายตามฐานะทางสังคม แม้เขาจะเป็นคนพูดเก่งและแต่งตัวสวย แต่ภาพลักษณ์ภายนอกเป็นไปตามการจัดวางของมารดา

ฮุน มานิช (Hun Manith) ผู้กุมอำนาจด้าน "งานข่าวกรอง" และ "ความมั่นคง" ของ ตระกูลฮุน

ฮุน มานิช  (Hun Manith) ผู้กุมอำนาจด้าน “งานข่าวกรอง” และ “ความมั่นคง” ของ ตระกูลฮุน   เขาคือ บุตรชายคนที่สาม ซึ่งอยู่ตรงกลางของพี่น้อง 5 คน  จบการศึกษาด้านการทหารและงานข่าวระดับปริญญาโทจากต่างประเทศ (รวมถึงมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา)   เขาเป็นคนพูดน้อยที่สุด และมีบุคลิกพิเศษคือช่างสังเกตสังกาเก่ง แม้จะมีรูปร่างเจ้าเนื้อ และพ่อแม่พยายามหลบซ่อนไว้เมื่อเทียบกับพี่ชาย แต่เขาเติบโตมาเป็นทหาร  และได้รับตำแหน่งเป็นเจ้ากรมข่าวกรองแห่งชาติ เขาเป็นผู้ที่ทำงานหนักมาก แม้จะไม่พูด ข้อมูลที่ฮุนเซ็นใช้ในการสั่งการหลายครั้ง มาจากรายงานของฮุน มานิช    เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังความมั่นคงของรัฐบาลฮุน มาแนต โดยทำหน้าที่ตรวจสอบและสกัดกั้นคลื่นใต้น้ำ หรือความเคลื่อนไหวที่อาจเป็นภัยต่อตระกูล ทั้งจากภายในกองทัพและกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม  

***เขาแต่งงานกับ ฮก จันดาวี บุตรสาวของ ฮก ลุนดี (อดีต ผบ.ตร. ผู้ทรงอิทธิพล) ซึ่งเป็นการสานสัมพันธ์กับขั้วอำนาจสายตำรวจและสายลับให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น  

ฮุน มานี (Hun Many) ลูกชายคนเล็ก (ก่อนมีน้องสาวคนสุดท้อง) เป็นคนที่แม่โอ๋และประคบประหงมมากที่สุด

ฮุน มานี  (Hun Many)  ลูกชายคนเล็ก (ก่อนมีน้องสาวคนสุดท้อง) เป็นคนที่แม่โอ๋และประคบประหงมมากที่สุด เขาจึงมีนิสัยเอาแต่ใจ เสเพล และอยากได้อะไรก็ต้องได้ ฮุน มานี  มีการศึกษาที่สูง เริ่มจากการไปอยู่ฝรั่งเศสตั้งแต่ 9 ขวบ จบประถมและมัธยมที่ปารีส และจบปริญญาตรี 3 ใบที่อเมริกา ตามด้วยปริญญาโทที่ออสเตรเลีย เขาเคยถูกเรียกตัวกลับมาเล่นการเมืองก่อนที่จะจบปริญญาเอก

…..  การเข้าสู่การเมืองของ ฮุน มานี  เป็นกลยุทธ์ของฮุนเซ็น  เพื่อทลายฐานเสียงของสม รังสี เนื่องจากฮุน มานี เป็นคนเสเพล ชอบเที่ยว และมีเพื่อนเยอะ เขาจึงถูกตั้งให้เป็น ส.ส. ที่อายุน้อยที่สุดในปี 2013 และเป็นประธานเยาวชน เพื่อดึงคะแนนเสียงเยาวชน ออกจากฝ่ายตรงข้าม แม่ของเขามักตามใจในทุกเรื่อง รวมถึงการจัดหาคู่ครองที่เขาต้องการ

ฮุน มานี  มีภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก  เนื่องจากพฤติกรรมส่วนตัวที่เกิดจากการถูกตามใจ มีเรื่องราวเกี่ยวกับความเสเพล ความรุนแรงทางอารมณ์ และการใช้กำลัง อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนซึ่งถูกควบคุมโดยพี่สาวของเขา ฮุน มานา มักจะปิดกั้นและจัดการข่าวที่ไม่ดีของเขาได้ทั้งหมด แม้จะมีคดีความ และผู้ฟ้องร้องที่ต้องหลบหนีออกจากประเทศเพื่อหาที่ปลอดภัย

ยิม ใจลิน (Yim Chhay Lin) ภรรยาของฮุน มณี มีบุคลิกภาพที่ขัดแย้งกับฮุน มานา อย่างสิ้นเชิง

ยิม ใจลิน (Yim Chhay Lin) ภรรยาของฮุน มานี มีบุคลิกภาพที่ขัดแย้งกับฮุน มานา อย่างสิ้นเชิง เขามีภาพลักษณ์เป็นแฟชั่นนิสต้าที่โดดเด่น (First S) ชอบแต่งตัวด้วยกระโปรงสั้น เขาเป็นคนปากจัด และมีความเหมาะสมกับ ฮุน มานี ที่ชอบสังสรรค์ในคลับกลางคืน ยิม ใจลิน เป็นคนรู้จักและไปเที่ยวกับฮุน มานี  ในคลับกลางคืน และเป็นเพื่อนกับน้องสาวคนเล็กของฮุนเซ็นด้วย ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 3 คน

ปึช จันมุนี (Pich Chanmony) สุภาพสตรีหมายเลข 1 คนปัจจุบันของกัมพูชา (ภรรยาของ ฮุน มาเนต )

ปึช จันมุนี (Pich Chanmony)   สุภาพสตรีหมายเลข 1 คนปัจจุบันของกัมพูชา (ภรรยาของ ฮุน มาเนต ) หรือที่ชาวกัมพูชามักเรียกว่า “โลกจุมเตียว”   (Lok Chumteav ) เทียบเท่ากับคำว่า “คุณหญิง” หรือ “ท่านผู้หญิง” ของไทย เธอมีประวัติการศึกษาที่โดดเด่นมากในระดับสากล ดีกรี ปริญญาโทด้านสาธารณสุข จากมหาวิทยาลัยบอสตัน (Boston University) สหรัฐอเมริกา , ปริญญาเอกด้านสาธารณสุข จาก London School of Hygiene & Tropical Medicine สหราชอาณาจักร  เธอทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในงานด้านสังคมและการกุศล เคียงข้างแม่สามี (บุน รานี)

การสืบทอดอำนาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้น แต่รวมถึงบทบาททางสังคมด้วย ภรรยาของฮุน มาเนต ซึ่งถือเป็นคนที่ไฮโซที่สุดในตระกูล จะเข้ามารับหน้าที่และบทบาททั้งหมดแทนบุญราณีในอนาคต ซึ่งเป็นการแสดงถึงการส่งต่ออำนาจและอิทธิพลทางสังคมอย่างเป็นระบบ

ฮุน โต มีบทบาทสำคัญในการฟอกเงิน และจัดการทรัพย์สินของ ตระกูลฮุน

ฮุน โต  ( Hun To )   คือหนึ่งในสมาชิก ตระกูลฮุน  ที่มีชื่อเสียงและถูกจับตามองอย่างมาก เขาเป็นลูกของ ฮุน เนง ชายฮุนเซ็น  (Hun Neng -เสียชีวิตในปี 2022 )  ฮุน โต มีบทบาทสำคัญในการฟอกเงิน  และจัดการทรัพย์สินของตระกูล เขาเป็นผู้ที่สร้างบริษัทและโยกย้ายเงินจำนวนมหาศาล ไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ออสเตรเลีย คาดการณ์ว่าทรัพย์สินที่โยกย้ายนี้มีมูลค่าเกินกว่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ฮุน โต  จึงเป็นบุคคลสำคัญที่ออกหน้าในเรื่องการจัดการการเงินขนาดใหญ่ของตระกูลฮุน

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม  “ขุมทรัพย์ธุรกิจสีเทาตระกูล ‘ฮุน’! ‘ฮุน โต’ เขย่ากัมพูชา…เมื่ออำนาจเศรษฐกิจใต้ดินถูกแฉ!
เผยแพร่: 17 ส.ค. 2568 16:54   ปรับปรุง: 17 ส.ค. 2568 16:54 >>  https://news1live.com/detail/9680000078220

ฮุน จันทา (Hun Chantha) พี่สาวของฮุน โต มีหน้าที่โยกย้ายเงินไปในอเมริกา และยุโรป

ฮุน จันทา  (Hun Chantha) พี่สาวของฮุน โต  มีหน้าที่โยกย้ายเงินไปในอเมริกา และยุโรป  เดิมเขาเป็นภรรยาของ ดี วีเจีย ซึ่งปัจจุบันดี วีเจีย  ได้เป็นสามีของฮุน มานา   …   มีรายงานว่า เธอและพี่สาวของเธอ ฮุน กิมเลง (Hun Kimleng)  ถือครอง พาร์ตเมนต์หรูในย่าน Chelsea หรือ Kensington (ย่านคนรวยที่สุดในลอนดอน) มูลค่าประมาณ 5 ล้านปอนด์ (หรือราว 220-250 ล้านบาทไทย)และยังมีอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากในอเมริกา มีการคาดการณ์ว่าทรัพย์สินเหล่านี้จะถูกติดตาม และตรวจสอบในอนาคตอันใกล้ 

ฮุน เซงนี (Hun Sengny) น้องสาวคนเล็กของฮุนเซ็น มีบุคลิกเป็นคนปากจัดที่สุดในโลก

ฮุน เซงนี (Hun Sengny)  น้องสาวคนเล็กของฮุนเซ็น   มีบุคลิกเป็นคนปากจัดที่สุดในโลก เสียงของเขาจะดังและแหลม  เหมือนแม่ค้าในตลาดสดที่ตะโกนได้ยินถึงสุดซอย เขาจะวิพากษ์วิจารณ์ทุกสิ่งที่เขาไม่พอใจ บุคลิกที่รุนแรงและเปิดเผยนี้ทำให้เขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่สร้างสีสัน และเป็นที่จับตามองในตระกูล  แม้ว่าเธอจะไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมืองที่โดดเด่นเหมือนพี่ชาย แต่เธอก็เป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลฮุนที่มีอิทธิพลสูงมาก โดยเฉพาะในด้าน “เศรษฐกิจและการกุศล”  เธอมีความใกล้ชิดกับฮุน เซน อย่างมาก และมักจะปรากฏตัวในงานพิธีสำคัญของครอบครัวเสมอ

น้องสาวคนเล็กมีความรักชาติอย่างสูง เขาเคยด่าออกอากาศเมื่อพบว่ามีการลักลอบขนสินค้าไทยเข้ามาในประเทศ แม้ในช่วงที่พี่ชายประกาศแบนสินค้าไทย แต่เขาลืมไปว่าคนที่ลักลอบขนสินค้าเหล่านั้นคือ ฮุน โต  ซึ่งเป็นญาติของตนเอง เมื่อฮุน โต รู้เรื่องจึงต้องออกมาแก้ข่าว การแสดงออกถึงความรักชาติของเขาบางครั้งจึงนำไปสู่ความขัดแย้งภายในที่เปิดเผย

ความจี๊ดของน้องสาวคนเล็ก  ปรากฏชัดเจนเมื่อเขาทำพิธีบวงสรวง  ที่ตาควายในช่วงที่มีความขัดแย้ง เขาแต่งกายด้วยชุดสีส้มจี๊ด และชี้หน้าด่าทหารไทยอย่างเปิดเผย อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ฮุนเซ็นรักน้องสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ คือเขามีเสน่ห์ปลายจวัก สามารถทำกับข้าวพื้นบ้านของกัมพูชาได้อร่อยทุกเมนู

เนื่องจากความสามารถในการทำอาหารที่ยอดเยี่ยม น้องสาวคนเล็กมักไลฟ์สดการทำอาหาร โดยมีเมนูที่มีชื่อเสียงอย่างหนึ่งที่เขาทำคือ แกงสังหารผัว ซึ่งมีตำนานว่า  เขาทำเมนูนี้ขึ้นมาจากการไม่พอใจสามีที่กลับบ้านดึก  แล้วปลุกให้ทำกับข้าว แกงนี้มีความซับซ้อนโดยมีเครื่องปรุงเป็นร้อยอย่างใส่รวมกันในหม้อเดียว การไลฟ์สดเมนูนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก

ฮุนเซ็นมีหลานรวมทั้งสิ้น 22 คน
โดยลูกคนแรกของฮุน มานา  เป็นหลานคนแรกของฮุนเซ็น   และลูกคนสุดท้ายของฮุน มาลี คือ หลานคนที่ 22 ของ ฮุนเซ็น

  • ดี ฮุน ปัญญาบท (Dy Hun Panhaboth) คือ หลานคนแรก ซึ่งเกิดจาก ฮุน มานา (Hun Mana)
  • สก ปุตถีมุนีรัตน์ (Sok Putthimunireat) คือ หลานคนที่ 22 ซึ่งเกิดจาก ฮุน มาลี (Hun Mali)

การวางตำแหน่งของ ลูก และหลาน คนสำคัญเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่อง และมั่นคงของตระกูลฮุนในการสืบทอดอิทธิพลและสายสัมพันธ์

เจาะลึก "กลยุทธ์การบริหารอำนาจ" ของ ตระกูลฮุน

เจาะลึก  กลยุทธ์การบริหารอำนาจ” ของ ตระกูลฮุน
ตระกูลฮุน ไม่ได้ใช้วิธีเพียงแค่ให้ลูกรับตำแหน่งการเมืองเท่านั้น แต่มีการวางโครงสร้างแบบ สามประสาน” (Triangle of Power) ที่น่าทึ่ง ดังนี้ครับ 

  1. กลยุทธ์ “การสมรสทางการเมือง” (Strategic Marriages)  สมาชิกตระกูลฮุนไม่ได้แต่งงานกับคนทั่วไป แต่เป็นการแต่งงานเพื่อ เชื่อมโยงฐานอำนาจ” กับตระกูลที่มีอิทธิพลด้านอื่น
    • ฮุน มาเนต +  ดร. ปึช จันมุนี  :   ปึช โสภวน (พ่อ) เป็นขุนพลคนสำคัญในกระทรวงแรงงานและฝึกอาชีพ ซึ่งเป็นกระทรวงที่คุมฐานเสียง “ผู้ใช้แรงงาน” ทั่วประเทศกัมพูชา ในกระทรวงแรงงานและฝึกอาชีพ ซึ่งเป็นกระทรวงที่คุมฐานเสียง “ผู้ใช้แรงงาน” ทั่วประเทศกัมพูชา
    • ฮุน มานา + ดี วีเจีย: เป็นการรวมตระกูลฮุน เข้ากับตระกูลของ ฮก ลุนดี (อดีต ผบ.ตร. ผู้กุมอำนาจตำรวจ)
    • ฮุน มานิต + ฮก จันดาวี: (น้องสาวของ ดี วีเจีย) เป็นการดึงตระกูลฮก ลุนดี เข้ามาเป็นดองกันถึงสองชั้นเพื่อความมั่นคง
    • ฮุน มานี + ยิม ใจลิน: เป็นการเชื่อมโยงกับตระกูลของ ยิม ชัยลี ซึ่งคุมด้านนโยบายเศรษฐกิจและการเกษตร
    • ฮุน มาลี + สก พุทธวุฒิ: เป็นการเชื่อมกับตระกูล สก อัน ซึ่งเป็นตระกูลที่คุมสัมปทานธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
  1. การแบ่งบทบาทแบบ “แยกกันเดิน แต่รวมกันตี”  ตระกูลฮุนมีการแบ่งหน้าที่ให้ลูกๆ คุมกลไกสำคัญของรัฐอย่างเบ็ดเสร็จ:
    • สายบริหาร (The Executive) : นำโดย ฮุน มาแนต (นายกรัฐมนตรี) และ ฮุน มานี (รองนายกฯ) ดูแลงานบริหารราชการแผ่นดิน
    • สายความมั่นคง (The Intelligence): นำโดย ฮุน มานิต ซึ่งกุมตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองทหาร ซึ่งเปรียบเสมือน “ตาและหู” ของตระกูลในการตรวจสอบความเคลื่อนไหวภายในกองทัพ
    • สายเศรษฐกิจและสื่อ (The Business & Media): นำโดย ฮุน มานา เธอถูกเรียกว่าเป็น “สตรีผู้กุมกระเป๋าเงิน” ของตระกูล เป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ Bayon TV และธุรกิจสื่อรายใหญ่ ซึ่งใช้ในการควบคุมทิศทางข้อมูลข่าวสารในประเทศ
  1. การวางตัว “หลาน” เพื่ออนาคต (The Third Generation)  สิ่งที่น่าสนใจและต้องติดตามในตอนนี้คือ รุ่นหลาน” ครับ
    • ดี ฮุน ปัญญาบท (หลานชายคนโต): เริ่มถูกจับตามองในฐานะนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เดินตามรอยแม่ (ฮุน มานา)
    • ฮุน จันปัญญาบท (ลูกชายฮุน มานี): ล่าสุดมีภาพสวมชุดเครื่องแบบทหารอังกฤษขณะศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหารแซนด์เฮิร์สต์ (Sandhurst) ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่ปู่และลุง (ฮุน มาแนต) เคยเรียน สะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อกลับมาคุมกองทัพในอนาคต

เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม : แม้สมเด็จฮุน เซน จะลงจากตำแหน่งนายกฯ แต่เขายังดำรงตำแหน่ง ประธานวุฒิสภา” ซึ่งตามรัฐธรรมนูญกัมพูชา หากกษัตริย์ไม่อยู่ในประเทศ ประธานวุฒิสภาจะทำหน้าที่เป็น รักษาการประมุขแห่งรัฐ” ทันที นั่นหมายความว่าอำนาจสูงสุดยังคงอยู่ในมือของคนในตระกูลอย่างเหนียวแน่น  

” The Palace Game “


 – การเมืองหลังม่าน และการคานอำนาจภายใน  (The Inner Circle Dynamics)

การเมืองภายในตระกูลฮุน ไม่ใช่แค่เรื่องของสายเลือด แต่คือการรักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์มหาศาล

“ภายใต้ภาพลักษณ์อันเป็นปึกแผ่น และรอยยิ้มในรูปถ่ายครอบครัว ตระกูลฮุน ที่ปรากฏต่อสาธารณะ แต่ ลึกลงไปในคฤหาสน์ตากเมา  คือ  เครือข่ายความสัมพันธ์ที่สลับซับซ้อนยิ่งกว่านิยายการเมืองใดๆ เมื่ออำนาจสูงสุด ถูกส่งต่อมายังคนรุ่นที่สอง คำถามที่น่าสนใจที่สุด ไม่ใช่เรื่อง ‘ใครคุมอะไร’ แต่คือ ‘ใครคุมใคร’ ในสมการแห่งอำนาจนี้ ???

การเมืองภายในตระกูลฮุน  ไม่ใช่แค่เรื่องของสายเลือด แต่คือการรักษาสมดุล ระหว่างผลประโยชน์มหาศาล และการคานอำนาจระหว่าง ‘พี่เขย’ ผู้กุมกำลังตำรวจ ‘ลูกชาย’ ผู้กุมงานข่าวกรอง และ ‘สะใภ้ใหญ่’ ผู้กุมภาพลักษณ์ยุคใหม่ของประเทศ   ศึกครั้งนี้  ไม่มีสนามรบที่ชัดเจน แต่ถูกขับเคี่ยวผ่านการจัดสรรงบประมาณ การวางตัวบุคคลในจุดยุทธศาสตร์ และการช่วงชิงความนิยมผ่าน Soft Power

บทความส่วนนี้  จะพาคุณก้าวข้ามกำแพงสูง เข้าไปสำรวจกลไก ‘Check and Balance’ แบบฉบับตระกูลฮุน ตั้งแต่ความสัมพันธ์ ที่ต้องระแวดระวังระหว่าง  น้องเมียกับพี่เขย ไปจนถึงบทบาทของสะใภ้  ผู้ก้าวขึ้นมาเขย่าโครงสร้างอำนาจเดิม เพื่อวิเคราะห์ว่า  ในวันที่สมเด็จฮุน เซน ไม่ได้อยู่หน้าฉาก (หรืออาจจะอยู่มุมไหนมุมหนึ่งของใต้โลกใบนี้ )    … อะไร  คือ  “เชือกที่ผูกโยงจิ๊กซอว์เหล่านี้ไม่ให้แตกกระจายออกจากกัน”  ….

The Inner Circle
: เมื่อคนในบ้านขยับหมาก คานอำนาจ


  • ศึก Soft Power : สะใภ้ใหญ่ VS ลูกสาวคนโต

การก้าวขึ้นมาของ ดร. ปึช จันมุนี กำลัง “สั่นคลอน” โครงสร้างบารมีเดิมของ ฮุน มานา ในขณะที่ ฮุน มานา  คุม “สื่อกระแสหลัก” และ “งบประมาณหลังบ้าน” มานานหลายทศวรรษ แต่จันมุนี  กลับใช้ความรู้สมัยใหม่ และโซเชียลมีเดียสร้างฐานแฟนคลับของตัวเองขึ้นมา การแย่งชิงพื้นที่ความนิยมนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านจาก “อำนาจแบบเก่าที่ดุดัน” สู่ “อำนาจแบบใหม่ที่นุ่มนวล” เพื่อความอยู่รอดของตระกูลในเวทีโลก …

เรากำลังพูดถึงการปะทะกันของ “ขั้วอำนาจเก่า” และ “ขั้วอำนาจใหม่” ภายในตระกูลเดียวกันครับ

ปึช จันมุนี (Pich Chanmony) สุภาพสตรีหมายเลข 1 คนปัจจุบันของกัมพูชา (ภรรยาของ ฮุน มาเนต )ดร. ปึช จันมุนี เธอไม่ได้มีแค่บทบาท “สายงานกุศล” เท่านั้น แต่เธอยังเป็น “นักธุรกิจหญิงแกร่ง” ที่กุมดีลสำคัญq ของแบรนด์ระดับโลกในกัมพูชา  เช่น  LG Electronics ในกัมพูชา รวมถึงสินค้าแบรนด์ Hyundai และเครื่องปรับอากาศชั้นนำ  ,  Legend Cinema  อาณาจักรความบันเทิง เครือโรงภาพยนตร์ระดับมาตรฐานสากลแห่งแรกในกัมพูชา  ,  ธุรกิจความงามและไลฟ์สไตล์ (The Soft Side) ในธุรกิจนำเข้าสินค้าความงามและแฟชั่นระดับไฮเอนด์

แม้เธอจะเป็นนักธุรกิจที่มั่งคั่ง แต่ในทางสาธารณะ เธอจะใช้ภาพลักษณ์ของ หมอจันมุนี” (Doctor) และ อาสาสมัคร” นำหน้าภาพลักษณ์ เศรษฐีนี” เสมอ นี่คือกลยุทธ์ที่ทำให้เธอได้รับความนิยมสูงมาก เพราะเธอสามารถ “คุยกับนักธุรกิจระดับโลกได้ในห้องแอร์” และ “ลงไปคุยกับชาวบ้านในนาข้าวได้ในวันเดียวกัน”

ฮุน มานา (Hun Mana) ลูกสาวคนแรกที่เกิดในปี 1980 ที่กรุงพนมเปญ

ในขณะ ฮุน มานา ที่ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เธอ คือผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจเบ็ดเสร็จ เป็นคนดูแลผลประโยชน์ส่วนตัวให้ ตระกูลฮุน ผ่านอาณาจักรธุรกิจที่เน้นสัมปทาน (ทรัพยากร, สื่อ, การบิน) เธอเปรียบเสมือน “รัฐมนตรีคลังส่วนตัว” ของตระกูล  แต่เมื่อ ฮุน มาเนต ขึ้นเป็นนายกฯ บทบาทการเป็น “หน้าตา” และการดึงทุนต่างชาติ  เริ่มย้ายมาอยู่ที่ ปึช จันมุนี ธุรกิจของเธอเน้น “ภาพลักษณ์สากล” ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางประเทศมากกว่า

 

สงคราม “Soft Power” และการช่วงชิงพื้นที่สื่อ
ระหว่าง  เจ้าแม่สื่อ VS
ขวัญใจโซเชียล

ฮุน มานา คุมช่อง Bayon TV ซึ่งเป็นสื่อกระแสหลักแบบดั้งเดิม  แต่ ปึช จันมุนี ครองพื้นที่ใน Social Media  (Facebook/TikTok) ได้อย่างถล่มทลาย  ผ่านภาพลักษณ์ “คุณหมอใจบุญ”   มันคือการ การช่วงชิงความโดดเด่น  ในงานพิธีสำคัญ เราจะเริ่มเห็น ปึช จันมุนี เดินเคียงข้าง ฮุน เซน และ บุน รานี บ่อยขึ้น …. ซึ่งแต่เดิม พื้นที่ตรงนั้น จะเป็นของ ฮุน มานา ??!!   การขยับตำแหน่ง ยืนในภาพถ่ายทางการ   คือ  สัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านอำนาจที่ชัดเจนที่สุดในกัมพูชา

 

  • ศึกปลายกระบอกปืน : ลูกชายคนโต VS ลูกเขยใหญ่

สมการ ลูกชายคนโต (ฮุน มาเนต) VS ลูกเขยใหญ่ (ดี วีเจีย)  เป็นการคานอำนาจระหว่าง “รัชทายาทโดยตรง” ที่คุมกองทัพ กับ “ลูกเขยผู้ทรงอิทธิพล” ที่คุมกรมตำรวจ

จุดที่เปราะบางที่สุด  คือ  การคานอำนาจระหว่าง ฮุน มาเนต กับ ดี วีเจีย (สามีของฮุน มานา) ดี วีเจีย กุมบังเหียนกรมตำรวจ และมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลรุ่นเก่า  และการที่ฮุน เซน แต่งตั้ง ฮุน มานิต (น้องชาย) ให้คุมข่าวกรองทหาร คือกลยุทธ์ “Check and Balance” เพื่อให้มั่นใจว่า กำลังตำรวจของเขยใหญ่ จะไม่สามารถสั่นคลอนเก้าอี้นายกฯ ของลูกชายคนโต ได้….

ทำไมคู่นี้ถึงต้อง “คานอำนาจ” กัน?
พลเอก ฮุน มาแนต (นายกรัฐมนตรี)  พลเอก ดี วีเจีย (รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/สามีของฮุน มานา)

     ฮุน มานา (ภรรยาของดี วีเจีย) คือ ลูกสาวที่ฮุน เซน ไว้ใจเรื่องเงินและธุรกิจ ที่สุด  เธอมีบารมี ในตระกูลสูงมาก เมื่อ ฮุน มาเนต (น้องชาย) ขึ้นเป็นนายกฯ  ฝั่งพี่สาวและพี่เขย  ย่อมต้อง “รักษาเก้าอี้” และผลประโยชน์ของตนเองไม่ให้ถูก “จัดระเบียบใหม่” โดยน้องชาย …  แต่ก็มีประเด็นภายในทางที่ลึกลับ ซับซ้อน และ “ซ่อนเงื่อน”   คือ  พ่อของดี วีเจีย – ฮก ลุนดี (Hok Lundy) เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ซึ่งมี “ข่าวลือ” หนาหูในกัมพูชาว่า อาจเป็นการจัดฉาก ??!   เหตุผลเพราะ เขาล่วงรู้ความลับเบื้องลึกเบื้องหลัง ของตระกูลฮุนและพรรค CPP มากที่สุดคนหนึ่ง จนอาจเป็นอันตรายต่อตัว ฮุน เซน เอง  และมีการวิเคราะห์ว่า  ในช่วงนั้น มีการคานอำนาจกันระหว่างกลุ่มของฮุน เซน กับกลุ่มของ ซาร์ เคง (รัฐมนตรีมหาดไทย) ซึ่งฮก ลุนดี ถูกมองว่า เป็นหมากสำคัญที่อาจถูกกำจัดเพื่อเปลี่ยนดุลอำนาจ …   (พักเรื่องนี้ไว่ก่อน)

“การบริหารจัดการความเสี่ยง” ของฮุน เซน

ตำรวจคือ “ด่านหน้า” ของการคุมม็อบ  ดังนั้น….  ในทางการเมืองสากล หากใช้ทหารปราบม็อบจะถูกมองว่าเป็นเผด็จการทันที แต่การใช้ตำรวจ (Police) จะดูเป็น “การบังคับใช้กฎหมาย” มากกว่า ดังนั้น ดี วีเจีย จึงถือ “ความชอบธรรม” ในการคุมสถานการณ์เมืองไว้ในมือ

"กอดศัตรูให้แน่นกว่ากอดมิตร" คือ • การมอบตำแหน่งระดับสูง ของตำรวจให้ ดี วีเจีย
พลเอก ดี วีเจีย (รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/สามีของฮุน มานา)

หากเกิดความวุ่นวายในเมืองหลวง เช่น มีการประท้วง คนที่จะสั่งการ “หยุด” หรือ “ปล่อย” การประท้วงได้  คือตำรวจ (ดี วีเจีย)   ไม่ใช่ทหาร (มาเนต)   …  และ  นี่คือเหตุผลที่ฮุน เซน ต้องวาง ดี วีเจีย ไว้ตรงนั้น  เพื่อให้ลูกชาย (มาเนต) รู้สึกว่า “ต้องเกรงใจพี่เขย”  และไม่สามารถใช้อำนาจเบ็ดเสร็จได้เพียงคนเดียว  ในขณะที่ยัง ตัวละครลับที่คอยคุมทั้งคู่ อีกชั้นหนึ่งคือ  ฮุน มานิต (น้องชายคนรอง) ฮุน เซน แก้เกมความระแวงระหว่างกัน ระหว่าง  พี่เขย (ตำรวจ) กับ น้องเมีย (นายกฯ/ทหาร) ด้วยการส่งลูกชายอีกคนคือ ฮุน มานิต ไปคุม ข่าวกรองทหาร” เพื่อทำหน้าที่เป็น “กรรมการ” คอยเช็กว่า พี่เขย แอบวางแผนอะไรหรือไม่ ?  และน้องชายคนโต บริหารงานพลาดตรงไหนหรือเปล่า ?  << ((((  ล้ำลึกจริงๆ  )))))

   “ข่าวลือ เรื่องโศกนาฏกรรมเฮลิคอปเตอร์ของ ฮก ลุนดี ไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุ แต่มันคือ ‘แผลเป็น’ ที่คอยย้ำเตือนถึงความเปราะบางของอำนาจในพนมเปญ แม้ปัจจุบัน ดี วีเจีย จะมีศักดิ์เป็นลูกเขยใหญ่ที่ซื่อสัตย์ แต่ปมปริศนาการตายของพ่อเขาก็ยังคงเป็น ‘คลื่นใต้น้ำ’  ที่ฝ่ายตรงข้ามมักหยิบมาใช้สั่นคลอนความไม่ไว้ใจกันเองในตระกูลฮุนอยู่เสมอ”

แต่เมื่อหากพิจารณาให้ ลึกๆ ลงไปแล้ว 

ตามหลักการรักษาอำนาจ หากคุณกำลังสงสัยว่า  ใครบางคนมีความแค้นต่อคุณ  วิธีที่อันตรายที่สุด คือการทอดทิ้งเขาให้ไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม  แต่วิธีที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งเป็นวิธีที่ ฮุน เซน เลือกใช้คือ  เลือกที่จะ กอดศัตรูให้แน่นกว่ากอดมิตร” คือ 

  • การมอบตำแหน่งระดับสูง ของตำรวจให้ ดี วีเจีย  
  • การให้แต่งงานกับลูกสาวคนโต (ฮุน มานา)
  • ให้ลูกสาวของฮก ลุนดี (ฮก จันดาวี) แต่งงานกับลูกชายของตนอีกคน (ฮุน มานิต)

เมื่อ  ดี วีเจีย กลายเป็น “คนใน” อย่างสมบูรณ์  การจะขยับตัวล้างแค้น  ย่อมหมายถึง การทำลายครอบครัวและทรัพย์สินของตัวเองด้วย นี่คือการสร้าง “กรงทอง” ขึ้นมาครอบความแค้นนั้นไว้ ….  นั่นเอง…. 

นี่คือ กลยุทธ์  “การเกี่ยวดองแบบไขว้” (Cross-Marriage Strategy)
ให้ ฮก จันดาวี (ลูกสาวฮก ลุนดี / น้องสาวดี วีเจีย) แต่งงานกับ ฮุน มานิต (ลูกชายคนที่ 2 ของเขา)  นั่นหมายถึง ….  สมมติว่า หาก ดี วีเจีย คิดจะทรยศ ด้วยไม่สนใจครอบครัว หรือทรัพย์สิน  …แต่เขาจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่น้องสาวของตัวเอง กลายเป็นสะใภ้ใหญ่ของศัตรู และมีลูก (หลานของดี วีเจีย) ที่ใช้นามสกุล “ฮุน” การแก้แค้นจึงกลายเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ….

แต่กระนั้นเอง ฮุน เซน ก็ยังไม่วางใจ  ครับ  …. ( ถ้าไม่ใช่คนในสายเลือด  เขาไม่เคยไว้ใจใคร เลย )

เหตุผลที่ ฮุน เซน ให้ ฮุน มานิต  (ลูกชายที่เป็นคู่เขยกับดี วีเจีย)  คุม หน่วยข่าวกรองทหาร นั้น  ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นกลยุทธ์ที่จงใจที่สุด (และ ดี วีเจีย ก็น่าจะรู้ตัว)  ฮุน มานิต มีหน้าที่กึ่งทางการ ในการติดตามว่า พี่เขยของเขาคนนี้  ยังมีความสัมพันธ์กับเครือข่ายเก่าของพ่อ (ฮก ลุนดี) ในลักษณะที่ผิดสังเกตหรือไม่ ??

ฮุน เซน ประเมินไว้แล้วว่า   ดี วีเจีย “อาจจะรู้” หรือ  “อาจจะสงสัย”  ดังนั้นเขาจึงใช้สูตร อำนาจ + ผลประโยชน์ + พันธนาการทางสายเลือด” เป็นโซ่ตรวนผูกดี วีเจีย  เอาไว้ …. 

อำนาจของตระกูลฮุนไม่ได้ถูกสร้างบนความไว้เนื้อเชื่อใจเพียงอย่างเดียว แต่ถูกสร้างบนการจัดการความระแวงอย่างเป็นระบบ การโอบกอด ดี วีเจีย ไว้ในฐานะลูกเขยใหญ่ จึงอาจไม่ใช่แค่เรื่องความรักในครอบครัว แต่คือการบริหารจัดการ ‘ระเบิดเวลา’ ที่ฮุน เซน เชื่อว่าเขาสามารถถอดสลักมันได้ด้วยการทำให้ดี วีเจีย กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรจนไม่อาจแยกจากกันได้อีกต่อไป”

และนี่คือเหตุผลหลัก ที่ทำให้ ตระกูลดี  ยังคงเป็นกลุ่มที่สมเด็จฮุน เซน ต้องทั้ง “ใช้งาน” และ “ระแวง” ไปพร้อมกัน

“Safe Haven” ตู้เซฟสำรองของตระกูลฮุน
แผนลับ ตระกูลฮุน เซน  “กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง” (Strategic Hedging)



คุณจำข่าวนี้ได้หรือไม่ครับ  …..  ฮุน จันทา ถูกขนานนามว่าเป็น “แกะดำแห่งตระกูลฮุน” 
เนื่องจากเธอเลือกที่จะไม่เดินตามเส้นทางการเมือง หรือสมรสเชิงอำนาจตามธรรมเนียมของตระกูล โดยหันหลังให้กับอิทธิพลในกัมพูชาและไปใช้ชีวิตอิสระอย่างหรูหราในยุโรปแทน

ภาพข่าว ฮุน จันทา ในบทความ ตระกูลฮุน
ฮุน จันทา ถูกขนานนามว่าเป็น “แกะดำแห่งตระกูลฮุน” เนื่องจากเธอเลือกที่จะไม่เดินตามเส้นทางการเมือง หรือสมรสเชิงอำนาจตามธรรมเนียมของตระกูล

    ผมขอไม่ลงรายละเอียดของข่าวนี้   หากคุณ ค้นหาใน Google ด้วยคำว่า  “แกะดำแห่งตระกูลฮุน”  ก็น่าจะพบข่าวนี้มากมายครับ  โดยผมอาจจะจับภาพหน้าจอ  และคำตอบแบบสรุปจาก ข้อมูลภาพรวมโดย AI เพื่อให้เข้าใจภาพรวมกันก่อน 

เรื่องราวของ ฮุน จันธา
สรุปข่าว “แกะดำแห่งตระกูลฮุน”

ผมกำลังจะบอกว่า
เรื่องนี้ คือเรื่องหลอกเด็ก ทั้งเพ  
!!!!

แท้ที่จริงแล้ว  นี่คือ ….

“Safe Haven” หรือ ตู้เซฟสำรองของตระกูลฮุน ครับ  เพราะ ในโลกของการเมืองที่มีความผันผวนสูง ผู้นำเผด็จการ มักจะไม่เก็บไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว….  

การที่ ฮุน จันทา ไปตั้งรกรากในลอนดอน ด้วยเงินมหาศาล  ถูกมองว่าเป็นการสร้างบ้านสำรอง” และถังเงินสำรอง” ในกรณีที่เกิดการรัฐประหารหรือการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจกะทันหันในพนมเปญ

การทำตัวเป็น และประกาศตัวว่าเป็น “แกะดำ” ที่ทำให้ดูเหมือนว่ามีความขัดแย้งกับผู้นำ (ฮุน เซน)  ช่วยลดความน่าสนใจจากหน่วยงานตรวจสอบของรัฐบาลกัมพูชาเอง  และทำให้การโอนย้ายทรัพย์สิน ดูเป็นเรื่องส่วนตัวมากขึ้น …. 

มันคือ การฟอกเงินผ่านภาพลักษณ์ “Socialite”

การใช้ชีวิตระดับเซเลบริตี้ ในยุโรป เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการ สลัดคราบเงินสกปรก”  กล่าวคือ  …. เมื่อเงินจากสัมปทานหรือธุรกิจสีเทาในกัมพูชา  ถูกเปลี่ยนเป็นคอนโดหรูในลอนดอน หรืออสังหาริมทรัพย์ในอเมริกา ในชื่อของบุคคลที่ดูเหมือนจะกระพรือข่าวไว้ก่อนหน้าว่า  ได้ “ตัดขาด” กับรัฐบาลแล้ว … นะจ๊ะ….นะจ๊ะ  …    เงินเหล่านั้นจะค่อยๆ ถูกรับรองโดยระบบธนาคารตะวันตก จนกลายเป็นเงินที่ “สะอาด” ขึ้นในอนาคต ….

นี่คือ หมากกล ของสมเด็จฮุน เซน  “การคุมคนด้วยผลประโยชน์”

ทำไมฮุน เซน ถึงยอมให้หลานสาวออกไปใช้ชีวิตอิสระพร้อมเงินมหาศาล?

…..   ตัวละครเรื่องนี้  ยังมี ฮุน กิมเลง (Hun Kimleng)  ซึ่งเป็นพี่สาวของ ฮุน จันทา หลานสาวอีกคนหนึ่ง ของฮุน เซน  เกี่ยวข้องด้วยครับ   ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ที่ลอนดอน  แต่ ฮุน กิมเลง ก็ยังคงไปๆมาๆ ระหว่าง กัมพูชาและลอนดอน และสามีของเธอ คือ เนต สะเวิน  ยังคงเป็นรองนายกฯ และกุมกลไกตำรวจในกัมพูชา  เขาได้รับมอบหมายให้ช่วยเหลือนายกรัฐมนตรี ในด้านความมั่นคงและกิจการภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน “ขุนพล” รุ่นใหญ่ที่คอยประคับประคองรัฐบาลรุ่นใหม่

       “ภาพที่ ฮุน กิมเลง และ ฮุน จันทา ปรากฏตัว ในลอนดอนพร้อมทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล คือการส่งสัญญาณว่า พรมแดนของอำนาจตระกูลฮุน  ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในพนมเปญ แต่ขยายไปถึงย่านที่แพงที่สุดในโลก การใช้ชีวิตหรูหราของพวกเธอท่ามกลางข่าวลือ เรื่องการอายัดทรัพย์สิน คือเดิมพันครั้งสำคัญว่า ‘หน้าฉาก’ ของความเป็นแกะดำ หรือนักธุรกิจหญิงผู้เก่งกาจ จะสามารถปกป้องขุมทรัพย์ของตระกูลได้นานแค่ไหนในวันที่โลกตะวันตกเริ่มตั้งคำถามถึงที่มาของเงินสด 5 ล้านปอนด์เหล่านั้น” 

 

ประเทศไทย ก็เกือบไปแล้วครับ
โชคดีที่ผมไม่ต้องมาเขียน อาณาจักรตระกูลชิน  5555
แต่ก็ไม่แน่นะ  เลือกตั้ง 2569 นี้ อาจจะเป็นไปก็ได้ ….

 


เรียบเรียงโดย :  ประเทือง ปราบศัตรูพืช 

 

แหล่งข้อมูลดิบสำหรับการอ้างอิง (References)

  • Global Witness (2016): รายงาน “Hostile Takeover” (ข้อมูลโครงสร้างธุรกิจตระกูลฮุน)
  • ISEAS – Yusof Ishak Institute (2023): บทวิเคราะห์ “Cambodia’s Power Succession” โดย Dr. Chheang Vannarith
  • Official Gazette of Cambodia: รายงานการแต่งตั้งตำแหน่งทางทหารและพลเรือนของสมาชิกตระกูลฮุน
  • Social Media Analysis: ข้อมูลจาก Facebook และ Telegram ทางการของสมเด็จฮุน เซน (2021-2025)
  • บทสัมภาษณ์ จากแหล่งต่างๆ ของ อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน ( Songrit Pongern ) นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง
    https://www.youtube.com/@songritpongern4661

แหล่งข้อมูลดิบสำหรับการอ้างอิง (References)

  1. Business & Finance: Global Witness (2016). “Hostile Takeover: The Corporate Empire of Cambodia’s Ruling Family.” (แหล่งอ้างอิงรายชื่อบริษัทและการถือหุ้นของสมาชิกตระกูล)
  2. Succession & Politics: ISEAS – Yusof Ishak Institute (2023). “Cambodia’s Power Succession: From Father to Son.” โดย Dr. Chheang Vannarith.
  3. Official Records: Royal Gazette of Cambodia (Reachkret). (อ้างอิงวันแต่งตั้งยศ พลเอก และตำแหน่งทางการของ ฮุน มาแนต, ฮุน มานิต และ ดี วีเจีย)
  4. Family Updates: Official Telegram of Samdech Techo Hun Sen. (อ้างอิงข้อมูลลำดับหลานและการเกี่ยวดองล่าสุด)
  5. Social Analysis: The Phnom Penh Post Archives & Kamnotra Database. (ข้อมูลการถือครองที่ดินและกิจกรรมทางสังคมของ ปึช จันมุนี และ ยิม ใจลิน)

 

เรื่องราวที่เกี่ยวกับ กัมพูชา ที่คุณอาจสนใจ



Cultures of Fermented 
by Scoby Doit
Previous Article