Thai Book Review แนะนำหนังสือ, Uncategorized

ซามูไร ยามาดะ จากคนหามเกี้ยวโชกุน สู่ ออกญาเสนาภิมุข

   

       ยามาดะ ซามูไร แห่งอโยธยา จากคนหามเกี้ยวโชกุน มาสู่ ออกญาเสนาภิมุข ผู้อยู่เบื้องหลัง และเบื้องหน้า แห่งการผลัดเปลี่ยนราชบัลลังค์ กษัตริย์สยาม ราชวงศ์สุโขทัย ถึงราชวงศ์ปราสาททอง

หากจะกล่าวถึง บุคคลต่างชาติ ผู้เคยได้เข้ามาสร้าง วีรกรรม ในแง่มุม ทั้งทางดีและทางร้าย เอาไว้มากมายใน แผ่นดินสยามโดยเฉพาะ ในช่วง ยุคสมัย กรุงศรีอยุธยา ( อโยธยา )  ในอันดับต้นๆที่เรามักจะนึกถึง ก็คือ คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือ พระยาวิไชเยนทร์ นักผจญภัยชาวเวนิส ผู้กลายมาเป็น สมุนหนายก ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเชื่อว่า หลายท่านก็พอจะรู้จักกันมาบ้างแล้วไม่มาก็น้อย แต่วันนี้ เราจะกล่าวถึงอีกท่านหนึ่ง คือ ยามาดะ ซามูไร แห่งอโยธยา นักผจญโชค ชาวญี่ปุ่น นามของท่านผู้นี้ คือ ยามาดะ นางามาสะ 山田長政, Yamada Nagamasa ซึ่งประวัติเส้นทางชีวิตจะเป็นอย่างไร เรามาติดตามกันครับ

ยามาดะ นางามาสะ คือใคร ?

ประวัติวัยเยาว์ของ ยามาดะ นางามาสะ ปรากฏในเอกสารซุรุงะชิเรียว หรือจดหมายเหตุของแคว้นซุรุงะ ระบุว่าเขาเกิดในปีเท็นโชที่ 18 หรือ ค.ศ. 1590 (พ.ศ. 2133)

ยามาดะ นางามาสะ 山田長政, Yamada Nagamasa เป็นชาวญี่ปุ่น เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2133 ( บางบันทึก 2113 ) ใน นูมาซุ จังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เอกสาร “อิคโคคุ นิกกิ” (異国日記) ตามบันทึกประวัติของนางามาสะ ก่อนหน้าที่ ยามาดะ จะเดินทางไปสยาม เขาเคยเป็น “โรกุชากุ” หรือคนหามเกี้ยวให้ โอคุโบะ จิเอมง ทาดาสึเกะ ไดเมียวแห่งแคว้นนุมาซุ

ตำแหน่ง “โรกุชากุ” ของนางามาสะถือเป็นคนรับใช้ตระกูลซามูไร (武家奉公人) มีหน้าที่แบกเกี้ยวของชนชั้นสูงที่เรียกว่าโนริโมโนะ (乗物)

*** ข้อมูลใน วิกีพีเดียไทย เกิด พ.ศ. 2113

ตามบันทึกที่ระบุค่อนข้างตรงกันหลายฉบับ ……….. 

     ยามาดะ นางามาสะ  ได้มีโอกาสเดินทางเข้ามาในกรุงศรีอยุธยา ในยุคสมัย พระเจ้าทรงธรรม ( ครองราชย์ระหว่างปี พ.. 2153 – 2171) โดยมา พร้อมคณะทูตของพระเจ้าทรงธรรมที่ส่งไป เมืองเอโดะ ประเทศญี่ปุ่น  และ ก็ตามสูตรสำเร็จทั่วไปนั่นล่ะ ครับ เหตุผลเดียวกับ คอนสแตนติน ฟอลคอน นักผจญภัยชาวเวนิส นั่นก็คือ มาเพื่อแสวงหา สภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีกว่า นั่นเอง

     นับได้ว่า ยามาดะ นางามาสะ เป็นบุคคลที่มีความสามารถ เก่งกาจ เป็นอย่างมากครับ ในวัยเพียง 31 ปี เป็นชาวต่างชาติ ที่เริ่มได้เข้ามาในสยามประเทศ และด้วยเพียงระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น เข้ามารับราชการในสยาม ตำแหน่งเริ่มต้นจากการเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ใน กรมอาสาญี่ปุ่น และไต่เต้าเรื่อยมา จนถึงตำแหน่ง เจ้ากรมอาสาญี่ปุ่น ในเวลาต่อมา ก็ได้รับตำแหน่ง เป็น ออกญาเสนาภิมุข (ตำแหน่ง ออกญา เทียบเท่า พระยา) และได้รับบำเหน็จพิเศษ ได้ดำรงค์ตำแหน่งเป็น เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช (ออกญานคร) ซึ่งตำแหน่งนี้ ไม่ก็ธรรมดาเช่นกัน เนื่องจาก เมืองนครศรีธรรมราช นับว่าเป็นเมืองใหญ่ไม่น้อยในเวลานั้น จะกล่าวได้ว่า เป็น เมืองกษัตริย์องค์หนึ่ง ก็ว่าได้ …

        เรื่องราวของเส้นทางชีวิต ยามาดะ นางามาสะ “นักผจญโชค (และภัย) ” จากต่างแดนสู่สยาม มิได้สรุปสั้นแต่เพียงเท่านี้ แต่ยังมีเรื่องราวที่สนใจ ทั้งเหตุการณ์ก่อน และการมาถึงของ ยามาดะ นางามาสะ ที่เกี่ยวข้องกัน

    เรามาย้อนเวลา   กลับไป ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ กันสักหน่อยครับ ว่า ญี่ปุ่น นั้นมีความสัมพันธ์กับราชอาณาจักรสยาม เริ่มมาแต่ช่วงใดนั้น ซึ่งก็ยังไม่มีหลักฐานปรากฎแน่ชัดครับ หากแต่อ้างอิงจากพงศาวดาร ก็จะมีการกล่าวถึงมาแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งมีบันทึกว่า มี กองกำลังทหารอาสาญี่ปุ่น กลุ่มหนึ่ง ได้เข้าร่วมรบด้วยกับ กองทัพสยาม สู้รบกับพม่าหลายต่อหลายครั้ง แต่จะมีช่วงเวลาหนึ่ง ที่ไม่ค่อยจะมีเห็นและปรากฎในบันทึกมากนัก ในพงศาวดารของไทย ในกรณี คนญี่ปุ่นก่อการจลาจล ขึ้น ถึงขั้นกระทำการอุกอาจบุกพระราชวัง หวังจับกุมองค์กษัตริย์สยาม ถึง 2 ครั้ง !!!

ครั้งหนึ่ง ในสมัยสมเด็จพระศรีเสาวภาคย์

ครั้งสอง ในสมัยพระเจ้าทรงธรรม

*ช่วงเหตุการณ์นี้ มีข้อมูลบันทึกในพงศวาดารไว้น้อยมาก โดยส่วนใหญ่ จะได้มาจากการบันทึกของพ่อค้าชาวต่างชาติที่เข้ามาค้าขายในสยามในช่วงเวลานั้น

    คนญี่ปุ่น ในกรุงศรีอยุธยานั้น เริ่มมีขึ้นราวสมัย สมเด็จพระมหาธรรมราชา หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 1 (ครองราชย์ พ.ศ. 2112 – พ.ศ. 2133) ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 21 โดยเริ่มต้นมาจาก ชุมชนเล็กๆ มีพ่อค้าเรือสำเภา ซึ่งภายในหมู่บ้านนั้นสันนิษฐานว่า มีชาวญี่ปุ่นอาศัย อยู่ 3 กลุ่ม คือ พ่อค้า ,โรนินหรือ นักรบญี่ปุ่น ที่เข้ามาเป็น ทหารอาสาญี่ปุ่นในอยุธยา และชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์ โดย ทหารอาสาญี่ปุ่น นี่เอง ที่มีบทบาทสำคัญไม่น้อย ที่เกี่ยวข้องกับ ร่วมรบด้วย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองทัพสยาม สู้รบกับพม่าหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงการติดต่อทางทูตระหว่าง สยามและญี่ปุ่น อย่างเป็นทางการ ในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ นับได้ว่า ช่วงเวลานี้เอง ทำให้ชาวญี่ปุ่นในสยาม เริ่มมีบทบาทสำคัญในหลายมิติ ด้วยความสัมพันธ์ทางการค้าและการทูต การเข้ามามีบทบาทในราชสำนัก และความแข็งแกร่งของกองกำลังทหาร (นักรบ)

ช่วงการ ผลัดแผ่นดิน มักเกิดความวุ่นวายเสมอ …

“ หลังจาก สมเด็จพระเอกาทศรถ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 2153 ก็เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้น ”

    ทว่า เหตุความวุ่นวายนี้ ไม่ใช่เกิดจากการแย่งชิงราชสมบัติกันเองในหมู่วงศาคณาญาติ ประการใด แต่เป็นมูลเหตุ จากแผนการก่อกบฎโดย ออกญากรมนายไวย  (Jockrommewaye ในเอกสารของปีเตอร์ ฟลอริส , (Ochi Chronowi ตามเอกสารของสปรินเกล ชาวฮอลันดา ) คิดคดทรยศ ( ออกญากรมนายไวย ผู้นี้ ไม่ปรากฎชัดว่าเป็นผู้ใด สันนิษฐานว่าอาจเป็น จมื่นไวยวรนาถ หัวหมื่นมหาดเล็ก ซึ่งเป็นข้าราชการใกล้ชิดสามารถเพ็ดทูลพระเจ้าแผ่นดินได้ง่าย ขุนนางคนโปรดของสมเด็จพระเอกาทศรถ )  วางแผนเตรียมการ โดยใช้กองกำลังญี่ปุ่น กว่า 500 คน ปลอมตัวเป็นพ่อค้าชาวญี่ปุ่น เพื่อดำเนินแผน สำเร็จโทษพระเจ้าแผ่นดินหมายชิงราชสมบัติ และตั้งตนเป็นกษัตริย์แทน แต่ความลับรั่วไหล ถูกล่วงรู้ไปถึงเจ้าฟ้าสุทัศน์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นพระมหาอุปราช เจ้าฟ้าสุทัศน์ได้กราบทูลต่อ พระเอกาทศรถ จะขอกรุณา “พิจารณาคนออก” พระเอกาทศรถ ตรัสตอบ แบบตั้งคำถามกลับไป ว่า “จะเป็นขบถหรือ”