Thai Book Review แนะนำหนังสือ

มหาสุสาน จิ่นซีฮ่องเต้ ตอน 3 แนะนำโบราณวัตถุ ที่ห้ามพลาดชม

   

‘จิ๋นซีฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีน

กับกองทัพทหารดินเผา และโบราณวัตถุ’

  อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต่ตอนที่ ๒ ไว้ว่า ตอนสุดท้ายนี้จะเป็นการแนะนำโบราณวัตถุ ของมีคุณค่าที่ห้ามพลาดชมในนิทรรศการพิเศษ ‘จิ๋นซีฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา’ ซึ่งจัดแสดงขึ้น ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ ประเทศไทยของเราได้รับโอกาสอันพิเศษสุดๆ จากทางรัฐบาลจีน หน่วยงาน พิพิธภัณฑ์จีนในมณฑลส่านซีที่ได้อนุญาตให้นำโบราณวัตถุอายุกว่า ๒,๒๐๐ ปี จำนวนถึง ๑๓๓ รายการ จากพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในมณฑลส่านซี สาธารณรัฐประชาชนจีนให้มาจัดการแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก นับเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่คนไทยทุกคนจะได้ชมโบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุในสมัยขององค์จักรพรรดิจิ๋นซี โดยที่ไม่ต้องบินไปถึงเมืองซีอาน ยกเว้นเสียแต่ว่ายังชมไม่จุใจนะคะ ^^

ทำความรู้จักกับทีมนักโบราณคดี

อาจารย์ หยวนจ้งอี้ 袁仲一

หยวนจ้งอี้ 袁仲一ก่อนจะเริ่มแนะนำชิ้นโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ซึ่งจะยกตัวอย่างให้ดูบางส่วนจากจำนวนทั้งหมดนั้น มีหลายท่านอาจจะไม่ทราบว่า การค้นพบสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ในครั้งแรกนั้น มีนักโบราณคดีท่านใดที่เปิดเผยความลับที่อยู่ใต้ดินมากว่า ๒,๒๐๐ ปี ให้คนทั้งโลกได้ตื่นตะลึงในปี ค.ศ.๑๙๗๔ หากไม่ได้ทีมหัวหน้าสำรวจมหาสุสานของจักรพรรดิจิ๋นซี และกองทัพทหารดินเผา เราและคนทั้งโลก อาจจะยังจินตนาการเรื่องเหล่านี้ไม่ออก หรือไม่เห็นภาพเลยแม้แต่น้อย

GENNEW Ice maker
เครื่องทำน้ำแข็ง ทำน้ำแข็งใน 6-9 นาที แท้งค์น้ำ 1.6 L

หัวหน้าทีมสำรวจโบราณวัตถุของมหาสุสานจิ๋นซี มีนามว่า อาจารย์หยวนจ้งอี ท่านเป็นหัวหน้าคณะสำรวจทางโบราณคดีของศิลปวัตถุในช่วงสมัยราชวงศ์ฉิน และ เชวี่ยงอี่ อาจารย์หยวนจ้งอี ได้รับการขนานนามว่าเป็น พระบิดาแห่งหุ่นทหารดินเผาของกองทัพจิ่นซี เมื่อครั้งท่านทราบข่าวว่ามีการค้นพบสุสานทหารจิ๋นซี ท่านได้เร่งเดินทางมาสำรวจในทันที และได้พบหลักฐานว่าพื้นที่บางแห่งในส่วนของมหาสุสาน เช่น หลุมที่ ๑ ปรากฎร่องรอยเผาไหม้ ซึ่งสันนิษฐานว่า เมื่อครั้งฌ้อปาอ๋องก่อกบฎในสมัยจักรพรรดิจิ่นซี ได้เผาทำลายพระราชวังอาฝางกง และมหาสุสานแห่งนี้ในบางส่วน

และได้เปิดเผยเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ทหารกองทัพดินเผา เหล่านี้เป็นงานที่ปั้นขึ้นด้วยมืออย่างประณีตบรรจง ตัวหุ่นทหารมีทั้งสีหน้า แววตา หู จมูก ปาก รูปหน้าที่ไม่หมือนกันเลย อีกทั้งชุดเกราะ รองเท้า ก็มีความแตกต่างกันตามลำดับชั้นยศ การมวยผม หรือรวบผมไปทางใดทางหนึ่ง ยังชี้ให้เห็นถึงเอกลักษณ์ทางลักษณะของทหารที่อาจจะมีชนชาติที่มาที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้บนชุดเกราะเหล่านี้ยังมีสีสันที่สวยงามที่ได้จากการสกัดแร่รัตนชาติที่หาได้ในเวลานั้น จึงทำให้ สีสันบนชุดเกราะเหล่านี้ยังคงความสวยงาม มีสีสันสดใสแม้เวลาจะผ่านมาแล้วถึง ๒,๒๐๐ กว่าปี เป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์อย่างยิ่งที่ชาวฉินรู้จักการแต่งแต้มสีสัน รวมไปถึงอาวุธต่างๆที่ประจำกายนายทหารทั้งหลาย ก็มีความคงทนแข็งแรงอีกด้วย

ทหารกองทัพดินเผา       กล่าวกันว่า…. ครั้งหนึ่ง ทีมสำรวจเคยขุดพบเจอทหารดินเผาพร้อมกระบี่ ซึ่งเป็นลักษณะของกระบี่ชุบโครเมียม เป็นนวัตกรรมที่ชาวฉินคิดขึ้นได้มานานแล้ว และไม่พบในยุคของราชวงศ์ต่อมาหรือราชวงศ์ไหนๆอีกเลย สรุปง่ายๆ คือ อาวุธที่ชุบโครเมียม เป็นผลงานชิ้นเอกที่ชาวฉินรู้ถึงเทคโนโลยีในการผลิตอาวุธและใช้การชุบโครเมียม ทำให้อาวุธยังคงทนและยังคงความคมและเงางาม แม้กาลเวลาจะผ่านมานับพันปีแล้วก็ตาม และกระบี่เล่มที่ว่านี้ เมื่อครั้งขุดเจอ ลักษณะกระบี่โดนหุ่นทหารทับจนงอ แต่เมื่อยกหุ่นทหารดินเผาออก ตัวเล่มกระบี่กลับดีดตัวเป็นแนวเส้นตรงได้เช่นเดิม

       นอกจากนี้อาจารย์หยวนจ้งอี ยังเป็นผู้พบ รถม้าสำริดโบราณ สุดยอดงานชิ้นเอกของสมัยราชวงศ์ฉิน รถม้าดังกล่าว แรกเริ่มที่ขุดเจอ ในส่วนของห้องโดยสารของราชรถ เดิมทีเป็นไม้ และมีการผุพังไปตามกาลเวลา แต่ส่วนม้า ๔ ตัวเป็นสำริด ที่มีเครื่องประดับทอง เงิน มีน้ำหนักโดยรวมถึงกว่า ๑๕ กิโลกรัม และมีความเสียหายค่อนข้างมาก ท่านและทีมงานเป็นผู้บูรณะส่วนของศิลปะวัตถุอันทรงคุณค่านี้ทั้งหมด นับได้ว่าอาจารย์หยวนจ้งอี คือ ผู้มีคุณูปการต่อวงการนักโบราณคดี ศิลปะ และประวัติศาสตร์ของจีนเป็นอย่างยิ่ง

 

รถม้า

         ในการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษครั้งนี้ ต้องขอบพระคุณ  กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นอย่างยิ่งที่ดำเนินการ และประสานงานกับทางการจีนมาอย่างยาวนาน และในที่สุดเราคนไทยก็ได้มีโอกาสชื่นชมโบราณวัตถุระดับโลก ในประเทศไทย หากคุณผู้อ่านได้มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชมนิทรรศการพิเศษชุดนี้ สิ่งที่ห้ามพลาดชม (จริงๆแล้ว ก็น่าชมทุกชิ้น) แต่จะขอคัดมาบางส่วน เพราะเป็นชิ้นไฮไลท์ที่ควรใช้เวลาอ่าน หรือ ดูนานสักหน่อย อยากจะขอเริ่มกันที่ แผ่นจารึกพระบรมราชโองการของจักรพรรดิจิ๋นซีเป็นชิ้นแรก ค่ะ

แผ่นจารึกสำริดชิ้นเล็กๆ แต่มีพลังอำนาจยิ่งใหญ่ชิ้นนี้

เป็นจุดเริ่มต้นของการรวมทุกแคว้นให้เป็นหนึ่ง และคือจุดเริ่มต้นของความเป็นจีนแผ่นดินเดียว

แผ่นสำริดจารึก

       รายละเอียดของแผ่นสำริดจารึกชิ้นนี้ว่าด้วยเรื่องการกำหนดมาตราชั่ง ตวงวัด ให้ทุกพื้นที่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิจิ๋นซีได้ใช้เหมือนกันทั้งหมด เป็นการจารึกพระบรมราชโองการว่าด้วยการใช้ระบบชั่งตวงวัดให้เป็นระบบเดียวเป็นครั้งแรกของรัชสมัย ทรงตระหนักดีว่าชาวจีนเป็นชนชาติที่เก่งเรื่องการค้าขาย เมื่อทรงรวมแคว้นทั้ง ๗ ได้เป็น ๑ เดียวแล้วนั้น จึงอยากกำหนดให้ทุกพื้นที่ใช้ระบบเดียวกันเพื่อป้องกันการทะเลาะเบาะแว้ง และการขัดแย้งในภายหลัง ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้ขาดเอกภาพในการดูแลและปกครอง

แผ่นทองคำ

แผ่นทองคำ ซึ่งเป็นวัสดุทองคำบริสุทธิ์ ๑๐๐%

    ชิ้นต่อไปคือ แผ่นทองคำ ซึ่งเป็นวัสดุทองคำบริสุทธิ์ ๑๐๐% นี้ พบว่ามีมากกว่า ๒๑๙ ชิ้น และแต่ละเหรียญมีน้ำหนักได้ถึง ๑๖ บาท เหรียญทองคำที่ขุดค้นได้นี้ เป็นชิ้นงานอายุสมัยราชวงศ์ฮั่น ซึ่งในยุคนั้นนอกจากใช้จับจ่ายแล้ว ยังเป็นของกำนัลที่ให้กันอีกด้วย บ่งบอกถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวยและเฟื่องฟูในยุคสมัยฮั่นได้เป็นอย่างดี

 

หยกโบราณ

โบราณวัตถุ จีน หยกโบราณ

เครื่องประดับสำคัญอีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ หยก โบราณวัตถุ อีกชิ้นที่พบเห็นได้มากในหลุมสุสานที่ขุดได้ เพราะชาวจีนมีความเชื่อว่าหยกเป็นทั้งเครื่องประดับศพ เครื่องรางของขลัง และเป็นเครื่องแสดงยศถาบรรดาศักดิ์ นักประวัติศาสตร์ชาวจีนนามว่า หยวนกัง ได้กล่าวไว้ว่า หยก เป็นวัตถุดิบที่มีความสำคัญ มีนัยแห่งความยิ่งใหญ่ และแสดงฐานะของผู้ครอบครอง หลักฐานทางโบราณคดียังระบุว่า หยก ถูกใช้ในสังคมจีนมามากกว่า ๕,๐๐๐ ปีแล้ว ซึ่งในนิทรรศการพิเศษชุดนี้ มีชิ้นหยกโบราณหลายชิ้นที่ควรชม เช่น เครื่องประดับต่างหู ปี้หรือหยกที่ใช้ในพิธีกรรม หรือหยกรูปหมูสำหรับใส่ไว้ในมือของผู้วายชนม์

 

อาวุธสมัยราชวงศ์ฉิน

ส่วนผสมของ ดีบุก ตะกั่ว ทองแดง

จีน วัตถโบราณ เกอ

     นอกเหนือจาก โบราณวัตถุ หยกและทองคำ ที่มีมากแล้ว ชาวฉินยังมีความรู้ความสามารถในการผลิตอาวุธที่น่าทึ่งอีกด้วย ซึ่งในส่วนของการจัดแสดงอาวุธสมัยราชวงศ์ฉินที่ขุดเจอ เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยที่ต้องชม เพราะชนชาติฉินนับได้ว่ามีความรู้ความสามารถในการผลิตอาวุธเป็นอย่างยิ่ง และยังรู้ด้วยว่าการผลิตอาวุธแต่ละประเภท จะจัดส่วนผสมของดีบุก ตะกั่ว ทองแดง ในปริมาณเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการใช้งานได้จริง ตัวอย่างอาวุธที่นำมาจัดแสดงเช่น ไกหน้าไม้ คันธนู และเกอ เหล่านี้เป็นอาวุธพิฆาตที่มีความรุนแรงและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองถึงความคม ยังสามารถพิสูจน์ได้ด้วยว่า แม้อายุจะผ่านมานับพันปีแล้ว แต่อาวุธเหล่านี้ยังคงความคมไว้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นหมายความว่าเมื่อ ๒,๒๐๐ กว่าปีก่อน ชาวฉินรู้จักกันผลิตเครื่องจักรที่สามารถลับคมอาวุธอย่าง หัวธนู กระบี่ ฯลฯ ได้แล้ว มันเป็นไปได้อย่างไร ช่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์จริงๆ

วัตถุโบราณ จีน ไกหน้าไม้ สำริด     ในยุคที่ต้องทำสงครามเพื่อรวบรวมแคว้นนั้น จำนวนทหารที่ราชสำนักอย่างเดียว ย่อมไม่เพียงพอต่อการทำสงครามสู้รบแน่นอน จึงต้องมีการเกณฑ์ราษฎร ชาวนา ชาวไร่มาเพื่อสู้รบด้วย แต่จะทำอย่างไรให้ราษฎรผู้ที่ไม่เคยจับอาวุธสู้รบกับใครเลยสามารถทำสงครามแย่งชิงแคว้นได้ การประดิษฐ์คิดค้นไกหน้าไม้จึงเป็นคำตอบที่ทำให้ ราษฎรที่ไม่เคยสู้รบ สามารถเป็นพลทหารธนูได้อย่างสบาย

  นับได้ว่า ไกหน้าไม้สำริด ที่ขุดพบนั้นเป็นสิ่งทรงอานุภาพความรุนแรงที่น่าสนใจ เพราะสามารถทำให้การยิงธนูเห็นผลสัมฤทธิ์ในเรื่องประสิทธิภาพของความเร็ว แรง และแม่นยำ ซึ่งจากการขุดค้นและพบซากโครงกระดูกมนุษย์ มีบางศพที่ขุด พบร่องรอยและหัวธนูฝังอยู่ในกระโหลกศรีษะ นี่เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นได้ชัดว่า ชาวฉินมีความรู้ความสามารถในการคิดค้นอาวุธโลหะได้อย่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ

 

เกอ และ ใบหอก

      โบราณวัตถุ อาวุธโลหะ อีกชนิดหนึ่งที่มีอานุภาพไม่แพ้ ไกหน้าไม้ ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นคือ เกอ และ ใบหอก ในภาพยนตร์จีนโบราณ เมื่อเราเห็นกองทัพของทหารในแต่ละแคว้นสู้รบกัน แนวหน้าที่เป็นพลทหารราบ พลทหารเดินเท้ามักมีอาวุธคู่มืออย่างหนึ่งนั่นคือ ใบหอกที่มีด้ามจับเป็นไม้ ใช้ในการต่อสู้ระยะประชิด และใช้ร่วมกับเกอ ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยจีนโบราณ ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซาง และต่อเนื่องมาถึงสมัยราชวงศ์ฉิน

เกอ ( 戈 Ge ภาษาจีนกลาง )ในมหาสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี หลุมที่ ๑ มีการขุดพบ เกอ และ ส่วนของหอกอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนของด้ามไม้นั้นผุพังไปแล้วตามกาลเวลา นั่นทำให้เราสามารถจินตนาการได้ว่าเมื่อครั้งมหาสุสานจิ๋นซีสร้างเสร็จในครั้งแรก กองทัพหุ่นทหารดินเผาพร้อมอาวุธในมือเหล่านี้จะดูน่ากลัว ยิ่งใหญ่ และดูน่าเกรงขามเพียงใด

และเมื่อพูดถึงอาวุธ ผู้ครอบครองอาวุธทรงอานุภาพเหล่านี้ ก็คือ เหล่าทหารดินเผา ในบรรดาทหารดินเผาของกองทัพจักรพรรดิจิ๋นซี แต่ละตัวมีความแตกต่างกันอย่างที่ได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว ความประณีต ละเอียด และการใส่ใจในการปั้นหุ่นด้วยดินเผาด้วยมือทั้ง ๒ ข้าง จะเห็นได้ว่าเสื้อผ้าอาภรณ์ ทรงผม ลักษณะเครื่องแต่งกายยังสามารถบ่งบอกถึงตำแหน่ง หน้าที่การงานได้อีกด้วย เช่น เสนาบดี พลทหารธนู ทหารม้าสื่อสาร ราชองค์รักษ์ ฯลฯ ลักษณะของหุ่นทหารดินเผาแต่ละตัวยังมีน้ำหนักมากกว่า ๒๐๐ กิโลกรัม ส่วนสูงราวๆ ๑๗๐-๑๙๐ เซ็นติเมตร เท่ากับคนจริงทุกประการ!

ยศทหาร โบราณวัตถุ

 

ราชรถม้าสำริด

ราชรถม้าสำริด

     โบราณวัตถุ อีกชิ้นไฮไลท์ที่ใครๆ ต่างเฝ้ารอ ใจจดใจจ่ออีกชิ้นในกลุ่มกองทัพทหารดินเผา คือ ราชรถม้าสำริด ซึ่งแน่นอนว่าของจริงนั้น ทางการจีนไม่สามารถนำออกนอกประเทศเพื่อไปจัดแสดงที่ไหนในโลกได้ แต่ถึงแม้สิ่งที่นำมาจัดแสดงจะเป็นของที่จำลองมาจากของจริง แต่รายละเอียดทุกอย่างเหมือนกันหมดจนแทบจะแยกของจริงกับของจำลองไม่ได้เลย 

โบราณวัตถุ ราชรถม้า สำริด จีนราชรถม้าสำริด แรกเริ่มที่ขุดพบ ทางนักโบราณคดีจีนระบุว่า มีความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนของตู้โดยสาร ที่ประทับของจักรพรรดิจิ๋นซี ซึ่งแต่เดิมเป็นไม้ มีการผุพังและย่อยสลายไปตามกาลเวลา และในส่วนของม้าทั้ง ๔ ตัวก็มีลักษณะเป็นเศษซากปรักหักพัง มีชิ้นส่วนแตกหักเสียหายกว่า ๓,๐๐๐ ชิ้น ทางการจีนได้ใช้เวลาต่อชิ้นส่วนเหล่านี้จากจินตนาการล้วนๆ กว่า ๘ ปี ถึงจะสัมฤทธิ์ผล นี่เป็นอีกเหตุผลที่ชิ้นสำคัญชิ้นนี้ไม่สามารถนำไปจัดแสดงที่ไหนในโลกได้ เพราะต้องได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีที่สุด หากท่านใดอยากชมราชรถต้นฉบับองค์จริงของพระองค์ สามารถไปชมได้ที่พิพิธภัณฑ์ซีอานค่ะ  

ราชรถม้าชุดนี้ มีความงดงามอย่างที่สุด นอกจากเนื้อสำริดและความสมจริงเรื่องสัดส่วนของม้า (แม้ว่