Thai Book Review, Uncategorized

The Royal Ballet of King Bhumibol

มโนราห์บัลเลต์ พระราชทาน

Manora-ballet-iconคุณผู้อ่านเคยรู้หรือไม่คะว่า บัลเลต์ฉบับไทยประยุกต์ที่ผู้เขียนจะขอนำมาถ่ายทอดให้คุณผู้อ่านได้รู้จักในวันนี้ เป็นบัลเลต์ประเภทไหน แต่ที่แน่ๆ ผู้เขียนมั่นใจว่าน้อยคนนักจะรู้จักบัลเลต์ประเภทนี้ นับเป็นการแสดงที่หาชมได้ยากนัก และน้อยคนจะทราบที่มาของบัลเลต์ชุดดังกล่าว

 

Ballet Photo by Pixabay Schreibikus

บัลเลต์ หรือการแสดงระบำปลายเท้า เป็นการแสดงที่ได้รับความนิยมและจัดเป็นศิลปะการแสดงของชาติตะวันตกที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก การแสดงบัลเลต์ ได้เข้ามาสู่ระบบการศึกษาไทยเป็นครั้งแรก โดย วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๑ โดย มาดามสวัสดิ์ ธนบาล ชาวต่างชาติที่สมรสกับคนไทยเป็นผู้ดำเนินการสอน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงโปรดให้คุณหญิงเจเมเวียส เลดปันญอน เดมอน ศิลปินบัลเลต์สัญชาติฝรั่งเศสอเมริกัน ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก ผู้ติดตามสามีคือ คุณฟิลิปส์ เดมอน มาทำงาน ณ สถานฑูตอเมริกาในประเทศไทย ได้มีโอกาสถวายการทรงบัลเลต์แก่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ ฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ๓ พระองค์ ณ โรงเรียนจิตรลดา

คุณหญิงเจเมเวียสได้ถวายการสอน
ภาพถ่ายโดย vogue

คุณหญิงเจเมเวียสได้ถวายการสอน และได้รับการไว้วางพระราชหฤทัยให้จัดแสดงบัลเลต์ รวมถึงประดิษฐ์ท่าเต้นบัลเลต์ถวายในเวลาต่อมา คุณหญิงเจเมเวียส ได้ออกแบบท่าแสดงบัลเลต์ เพื่อให้สอดคล้องกับเรื่องมโนราห์ ตามพระราชดำริ ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระราชประสงค์ที่ต้องการจะถ่ายทอดความงดงามในแบบไทยให้สังคมโลกรู้จักเพิ่มขึ้น โดยทรงเชื่อมการแสดงอย่าง “โนราห์” เข้ากับการเต้น “บัลเลต์” ที่เป็นนาฏศิลป์ของชาติตะวันตก

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๔ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ยังได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลงชุดมโนราห์ ทรงแยกและเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เอง ทรงพระราชนิพนธ์เพลงประกอบการแสดง อาทิ เช่น เริงวนารมย์ (Nature Waltz) ,เพลงพรานไพร (The Hunter) ,เพลงกินรี (Kinary Waltz) ,เพลงภิรมย์รัก (A Love Story) และเพลงอาทิตย์อับแสง (Blue Day) มีผู้อำนวยเพลง คือ ครูเอื้อ สุนทรสนาน และวงดนตรีที่ใช้ในการแสดง เป็นนักดนตรีจากคณะสุนทราภรณ์ และ วง อ.ส. วันศุกร์  

สาเหตุที่ทรงสนพระทัยเรื่องมโนราห์ เพราะทรงสนพระทัยการแสดงโนราห์ที่แสดงถวายตัวหน้าพระที่นั่ง ซึ่งมีคณะโนราห์ พุ่ม เทวา จัดแสดงถวาย ณ พลับพลาหน้าศาลากลาง จังหวัดพัทลุง ระหว่างที่พระองค์เสด็จเยี่ยมราษฎรในภาคใต้เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๒ และอีกหลายแห่งในจังหวัดทางภาคใต้ พระองค์จึงโปรดให้พระศาสนโสภณ คัดโครงเรื่องจาก สุธนชาดกถวาย แต่เนื้อเรื่องยาวไป จึงทรงผูกโครงเรื่องเสียใหม่ให้กระทัดรัดเหมาะแก่การแสดงบัลเลต์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงเป็นผู้อำนวยการสร้างและทรงรับเป็นองค์พระราชูปถัมภ์ โดยทรงเป็นผู้ควบคุมการผลิตการแสดง และทรงออกแบบฉากป่าหิมพานต์ที่ใช้ด้วยพระองค์เอง นอกจากนี้ยังทรงโปรดเกล้าให้อาจารย์ จักรกฤต โปษยกฤต เป็นผู้แต่งหน้า ส่วนเครื่องแต่งกายบัลเลต์ชุดนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้ ปีแอร์ บาลแมง เป็นนักออกแบบแฟชั่นชั้นนำของโลกชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ออกแบบตัวเอก มีพระสุธน นางมโนราห์ นกยูง และงู สำหรับนักแสดงประกอบอื่นๆ คุณรำไพ ยาตรมงคราญ เป็นผู้ออกแบบ และเพื่อให้ถูกต้องตามประเพณีนาฏศิลป์และให้เป็นสิริมงคลแก่ผู้แสดงและผู้ร่วมงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีไหว้ครูขึ้นด้วย 

Manora-ballet-king9
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช รำไหว้ครูเบิกโรง
คุณวนิดา ดุละลัมภะ (สุขุม) รับบทเป็นนางมโนราห์ คุณสมศักดิ์ พลสิทธิ์ รับบทเป็นพระสุธน

บัลเลต์มโนราห์เปิดแสดง ณ เวทีลีลาศ สวนอัมพรหลังเดิม เมื่อวันที่ ๕-๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๕ ในงานกาชาด โดยมี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช รำไหว้ครูเบิกโรง คุณวนิดา ดุละลัมภะ (สุขุม) รับบทเป็นนางมโนราห์ คุณสมศักดิ์ พลสิทธิ์ รับบทเป็นพระสุธน และคุณสุรเทิน บุนนาค รับบทพรานบุญ นับเป็นการแสดงบัลเลต์ไทยเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ศิลปะการแสดงของชาติและของโลก โดยในการแสดงบัลเลต์เรื่องมโนห์รา ให้จัดเป็นการแสดงบัลเลต์ ๑ องก์ ใช้เวลาในการแสดงประมาณ ๓๕ นาที โดยเริ่มดำเนินเรื่องจากเหล่านางกินนรี ๗ ตัวลงเล่นน้ำ ณ สระอโนดาต ต่อมานางมโนห์ราโดนพรานบุญจับตัวไปถวายพระสุธน และฉากพระสุธนกลับมาจากการรบแล้วติดตามหานางมโนห์ราเพื่อกลับมาครองรักกันอย่างมีความสุข  

บัลเลต์เรื่องมโนราห์ ยังได้ถูกนำมาจัดแสดงเพื่อถวายการต้อนรับพระราชอาคันตุกะหลายต่อหลายครั้ง จวบจนกระทั่งในปี ๒๕๓๕ ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ พระองค์จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ คุณหญิงเจเนเวียฟ ประดิษฐ์ท่าเต้นบัลเลต์ถวายอีกครั้ง โดยทรงรับไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และได้พระราชทานจัดการแสดงบัลเลต์เรื่องนี้ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นเดือนพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ เพื่อเชิดชูคีตมหาราชนิพนธ์ชุดนี้ให้ปรากฏอีกครั้ง

นับเป็นพระอัจฉริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี อย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลต่อวงการนาฎศิลป์ไทย และศิลปะการแสดงของไทย ทรงยกระดับการแสดงศิลปะไทยทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศได้อย่างสง่างามที่สุด ทรงเป็นองค์อัครศิลปินที่ยิ่งใหญ่ ที่พสกนิกรไทยทุกคนจักต้องจดจำและถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพของพระองค์ไปชั่วลูกชั่วหลาน

**น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะฯ **

This slideshow requires JavaScript.

 

เครดิตอ้างอิง

http://oknation.nationtv.tv/blog/balladdrums/2010/10/09/entry-1     รศ.ดร.ศิริมงคล นาฏยกุล มติชนรายวัน ฉบับออนไลน์ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๙   รายละเอียดการแสดงบัลเลต์มโนราห์ http://mrigadayavan.or.th/harpmusic.php   http://www.vogue.co.th

 

แสดงความเห็นของคุณ

Previous ArticleNext Article

การอ่านหนังสือแบบนักคิดนั้นแตกต่างจากการอ่าน หนังสือแบบผู้อ่านทั่วๆไป ตรงที่เราใช้หนังสือเป็นบันไดในการก้าวไปสู่ความ คิดของผู้เขียน ในขณะเดียวกันเราก็ใช้หนังสือเป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟเพื่อส่องสว่างทาง ความคิดให้กับเราเดินไปสู่ความคิดใหม่ที่เป็นของตัวเราเอง เราต้องคิดเสมอว่า ถ้าเราอ่านเพียงเพื่อรู้ เราจะเป็นได้เพียงผู้ตามเท่านั้น แต่ถ้าเราอ่านเพื่อคิด เราสามารถก้าวเป็นผู้นำ(ทางความคิด)ได้อย่างแน่นอน

ติดตามเราได้ที่ facebook