miscellaneous, Thai Book Review แนะนำหนังสือ, Uncategorized

ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว หลากหลายพันธุ์ข้าวไทย

   

ในน้ำมีปลา

ในนามีข้าว

หากกล่าวถึงความอุดมสมบูรณ์ ของผืนแผ่นดินไทยแล้ว ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว คำกล่าวข้างต้นไม่เกินจริงแม้แต่น้อย เคยมีชาวต่างชาติกล่าวว่า “ผืนแผ่นดินไทย โยนเมล็ดพันธุ์ใดลงไป ก็งอกเงยเติบโตให้ผลผลิตได้ดีโดยแทบไม่ต้องบำรุงดิน บำรุงปุ๋ยใดๆ เพราะดินประเทศไทยอุดมสมบูรณ์”  เห็นที คำกล่าวนี้จะเป็นจริง เพราะมองไปทางไหน ภูมิภาคใดก็ตาม ประเทศไทยของเรา สามารถเพาะปลูกพืชพรรณ ได้หมด ไม่เว้นแม้แต่ในที่ราบสูง หรือภูเขาสูงชัน ก็ยังสามารถทำการเพาะปลูกได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพืชสวน พืชไร่ นาข้าว ฯลฯ

พันธุ์ข้าวไทย

และเมื่อพูดถึง ข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย ไม่มีคนไทยคนไหนไม่กินข้าว แม้จะบอกว่ากินเส้น เช่น กินก๋วยเตี่ยว เส้นก๋วยเตี๋ยวก็ทำมาจากแป้งข้าวเจ้า และแป้งข้าวเจ้าก็คือผลผลิตที่มาจากข้าวเช่นกัน “ข้าว” มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานหลายพันปี อยู่คู่กับวัฒนธรรมของเรามานานมาก โดยเราอาจจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้จากบรรดาโบราณวัตถุที่ขุดพบ จำพวกเครื่องปั้นดินเผาทั้งหลาย เพราะเป็นภาชนะที่มีไว้สำหรับหุง ต้ม หรือบรรจุอาหาร และยังเคยพบเศษของเมล็ดข้าวอยู่กับเครื่องปั้นดินเผาด้วย

วันเวลาผ่านจากยุคหินมาถึงยุคสมัยสุโขทัย การบริโภคข้าว มีความชัดเจนมากขึ้น โดยในสมัยสุโขทัยนี้ ต่อเนื่องมาถึง สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น นิยมเพาะปลูกข้าวที่มี เมล็ดป้อม มีความเหนียว หรือที่เราเรียกกันว่า ข้าวเหนียว แต่ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา เริ่มมีการเพาะปลูกข้าวที่มีลักษณะเมล็ดพันธุ์เรียวมากขึ้น ซึ่งเป็นลักษณะของ เมล็ดข้าวเจ้า ข้าวที่เรากินกันในปัจจุบันนี้เอง และการบริหารจัดการในการทำกสิกรรม การทำนา ก็มีความชัดเจนขึ้นตามลำดับ ตามระบบการปกครองที่ยึดถือปฏิบัติกันในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ที่เรารู้จักกันดีว่า ระบบการปกครองแบบจตุสดมภ์ : กรมเวียง กรมวัง กรมคลัง และกรมนา

ลักษณะข้าว เมล็ดเรียวยาว

หรือ ที่เราเรียกว่าข้าวเจ้า

ในส่วนของเมล็ดพันธุ์ข้าว ลักษณะเมล็ดเรียว ยาว หรือ ที่เราเรียกว่าข้าวเจ้า มีการสันนิษฐานกันว่า น่าจะนำเมล็ดพันธุ์มาจากอาณาจักรขอม ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวของชนชั้นปกครอง จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่เรียกข้าวชนิดนี้ว่า “ข้าวเจ้า” และ ข้าวเหนียวสำหรับไพร่ ชาวบ้านชาวเมืองทั่วไป บางครั้งก็เรียกว่า ข้าวไพร่ “ข้าว” ในสมัยโบราณจึงเป็นสิ่งที่ใช้กำหนดถึงฐานะ ชนชั้นทางสังคมได้ด้วย

พันธุ์ข้าวไทย

การเพาะปลูกข้าว มีการพัฒนาต่อเนื่องมาทุกยุคทุกสมัย ผ่านมาจนถึงสมัย กรุงรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ได้มีการริเริ่มการเก็บภาษีข้าว และเริ่มมีการแนะนำให้ชาวบ้านได้รู้จักพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยการเพาะปลูกก็ให้เลือกจากพื้นที่ท้องถิ่น และการนิยมบริโภคเป็นหลัก ซึ่งข้าวเจ้านิยมปลูกในภาคกลาง ข้าวเหนียวได้รับความนิยมและเพาะปลูกกันมากในภาคเหนือตอนบน ส่วนในภาคเหนือตอนล่างและภาคใต้เพาะปลูกข้าวเจ้า และพื้นที่ทางภาคอีสานก็เพาะปลูกได้ทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว

ข้าวจึงกลายเป็นผลผลิตทางการเกษตร สินค้าส่งออกที่สำคัญมากขึ้น

ทั้งนี้ก็ด้วยพระปรีชาญาณของบูรพกษัตรย์ไทยทุกพระองค์ ที่ทรงปกป้องประเทศชาติ เพื่อให้รอดพ้นจากนักล่าอาณานิคมตะวันตกด้วยการเชื่อมสัมพันธไมตรี เปิดเสรีทางการค้า มีการส่งสินค้าไปขายในต่างประเทศมากขึ้น

ซึ่งแน่นอน “ข้าว” คือ ๑ ในผลผลิตที่สร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ในปัจจุบันนี้มีการวิจัย พัฒนาและต่อยอดพันธุ์ข้าวต่างๆ มากขึ้น ทำให้คนไทยมีโอกาสได้รับประทานข้าว อร่อยๆ และหลากหลาย ครบถ้วนไปด้วยสารอาหารอันมากมาย ทั้งยังมีการปรับปรุงสายพันธุ์ ข้าวโบราณ พันธุ์ข้าวไทย การเสริมสารอาหาร วิตามินประเภทต่างๆ เข้าไปในข้าว และยังมีการปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้เหมาะกับผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม อาทิ เช่น ผู้บริโภคที่มีโรคประจำตัว , กลุ่มคนที่ต้องการลดน้ำตาล และไขมัน ฯลฯ นับเป็นนวัตกรรมในการปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวได้อย่างน่าสนใจ

พันธุ์ข้าวไทย ที่น่าสนใจ และอยากเชิญชวนให้ได้ลิ้มลองกัน

ในปัจจุบัน ข้าว อุดมไปด้วยโภชนาการ ได้แก่ ข้าวกล้อง , ข้าวมันปู , ข้าวสังข์หยดพัทลุง , ข้าวเหลืองปะทิวชุมพร , ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ , ข้าวเหนียวพันธุ์เขี้ยวงู , ข้าวเหนียวพันธุ์เขาวง , ข้าวหอมมะลิ เป็นต้น

ซึ่งข้าวหอมมะลิ ยังสามารถแยกย่อยลงไปได้อีกหลายสายพันธุ์ ซึ่งเป็นสาย พันธุ์ข้าวไทย เฉพาะท้องถิ่น เช่น

  • ข้าวหอมใบเตย จ.ลำปาง