Thai Book Review แนะนำหนังสือ

อรุณรุ่ง ที่วัดแจ้ง ตอนที่ ๑ หมุดหมายเมืองสำคัญ ของประเทศไทย

Advertisement

Bags  For All Your Carrying Needs.

กระเป๋า dash brand สีดำ

   

        หากนึกถึง สถานที่สำคัญ ในประเทศไทย นอกเหนือจากพระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสดารามแล้ว ภาพของ วัดอรุณราชวราราม ย่อมปรากฎอยู่ในความนึกคิดของทุกคนเมื่อนึกถึง ประเทศไทย เสมอ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นวัดสำคัญยิ่งที่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาแล้ว อีกทั้งยังเป็นวัดประจำรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อีกด้วย

 

วัดอรุณราชวราราม

       หากกล่าวถึงวัดอรุณราชวราราม หลายๆคน มักนึกถึงตำนาน ยักษ์วัดอรุณ และยักษ์วัดโพธิ์ (วัดพระเชตุพนฯ) ตีกัน จนพื้นที่บริเวณวัดพระเชตุพนฯ หรือวัดโพธิ์ บริเวณนั้นราบเรียบเป็นหน้ากลอง จึงทำให้หลายคนเชื่อว่า เป็นที่มาของชื่อ ท่าเตียน ในปัจจุบัน แต่หากไม่ลงในเรื่องตำนานดังกล่าว พื้นที่บริเวณนี้ในสมัยก่อน เคยถูกเพลิงไหม้จนเหี้ยนเตียนไม่เหลือสิ่งใด ซึ่งเหตุการณ์หลังนี้มีความเป็นไปได้กว่ามากสำหรับชื่อท่าเตียนที่เรารู้จักกันดี

ยักษ์ด้านใต้กายสีเขียว มีชื่อว่า “ทศกัณฐ์”

 

        วัดอรุณราชวราราม เดิมมีชื่อว่า วัดมะกอก ตามชื่อตำบลที่ตั้ง และเปลี่ยนมาเป็น วัดแจ้ง เนื่องจากครั้งที่  สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ถือเอามงคลอุดมฤกษ์ ครั้งเสด็จกอบกู้อิสรภาพคืนกลับมาเป็นของไทย และทรงเสด็จทางชลมารค ล่องมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงวัดมะกอกในเวลารุ่งแจ้งพอดี …. และอีกมูลเหตุที่มาเกี่ยวกับชื่อวัดแจ้ง ยังมีกล่าวไว้ว่า เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายแล้ว และยังมีชื่อ “แจ้ง” ปรากฎอยู่ในนิราศเมืองเพชรบุรี ซึงแต่งโดยหม่อมภิมเสน กวีราชสำนึกอยุธยา ช่วงรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ โดยกล่าวถึงการล่องเรือจากกรุงศรีอยุธยาไปยังเมืองเพชรบุรี และเมื่อล่องผ่านมายังบริเวณเมืองกรุงธนบุรี ได้แวะค้างคืนที่เมืองกรุงธนบุรีอีกด้วย โดยมีปรากฎชื่อวัดแจ้งเป็นหลักฐานดังนิราศเมืองเพชรบุรีที่เล่าไว้ว่า

 

“.. ถึงตัวไกลใจน้องยังผูกพัน จนไก่ขันกระชั้นเร่งรวีวร

Advertisement

COVER CASE


เขาแจวเรือมาจอดหน้าวัดแจ้ง แรงี้อนข้อนคิดขุ่นสมร

ประทับร้อนระทมอารมณ์ร้อน แต่ถอดทอนใจหาทุกนาที ..”

วัดอรุณราชธาราม

 

     ลักษณะทางด้านสถาปัตยกรรมของพระปรางค์แต่เดิมนั้น ไม่ได้สูงใหญ่ หรือมีขนาดพระปรางค์ใหญ่โตเช่นปัจจุบัน แต่วัดแจ้ง ก็นับได้ว่าเป็นวัดหลวงที่สำคัญ เนื่องด้วยใน สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสร้างอาณาจักรกรุงธนบุรีขึ้น มีพระราชวังเดิม และวัดแจ้งอยู่เคียงข้างกัน เป็นวัดหลวงประจำอาณาจักรกรุงธนบุรีที่สำคัญ อีกทั้งยังเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต และพระบาง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ในขณะนั้น ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ไปสู้รบกับนครเวียงจันทน์ และได้ชัยชนะกลับมา พร้อมได้อัญเชิญพระแก้วมรกต กลับคืนสู่แผ่นดินสยาม รวมถึง พระบาง พระคู่บ้านคู่เมืองของทางอาณาจักรล้านช้างมาประดิษฐานด้วย วัดอรุณราชวราราม จึงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญถึง ๒ องค์

 

     เดิมทีในสมัยรัชกาลที่ ๒ วัดนั้น มีนามตามปรากฎว่า วัดอรุณราชธาราม ตามนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ เมื่อครั้งทรงโปรดให้บูรณะ ปฏิสังขรณ์วัดใหม่ แต่ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดให้เรียกขานใหม่ เป็น วัดอรุณราชวราราม จนถึงปัจจุบัน

 

วัดอรุณราชวราราม

 

       งานสถาปัตยกรรม วัดอรุณราชวราราม นับได้ว่ามีความโดดเด่น เป็นศรีและความสง่างามแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ควรค่าแก่การเรียนรู้ ด้วยการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกอุ ดังเช่น พระปรางค์ และพระเจดีย์บริวาร มีนัยสอดคล้องกับเรื่องของไตรภูมิกถา คือ เป็นงานสถาปัตยกรรมที่สื่อถึง เขาพระสุเมรุ ทวีปทั้ง ๔ และเขาสัตตบริภัณฑ์

 

เขาพระสุเมรุ ทวีปทั้ง ๔ และเขาสัตตบริภัณฑ์

 

      ความหมายอันลึกซึ้งนี้ มีความสำคัญมากกว่า แค่ความสวยสง่างามเท่านั้น แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาได้อย่างแยบยล อีกด้วย หากแค่ไปวัดเพียงเพื่อทำบุญ ปล่อยนกปล่อยปลา ย่อมอาจจะไม่เข้าใจลึกซึ้งถึงนัยของภูมิสถาปัตย์ของที่นี่อย่างแน่นอน และน้อยคนนักจะทราบถึงรูปแบบ ที่มา การก่อสร้าง และสิ่งสำคัญที่ประดิษฐานอยู่ในวัด รวมถึงภูมิปัญญาเชิงช่างไทยที่ผสมผสานรูปแบบศิลปะไทยและจีนเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

 

พระปรางค์เจดีย์ขนาดใหญ่ความสูง

๘๑.๘๕ เมตร

           เมื่อเราก้าวเท้าเข้าไปในเขตพุทธาวาส ของวัดอรุณราชวราราม สิ่งที่โดดเด่นตระการตาที่สุด คือ พระปรางค์เจดีย์ขนาดใหญ่ความสูง ๘๑.๘๕ เมตร นับจากฐานจนถึงยอดพระปรางค์ นับเป็นความสูงของพระปรางค์ที่สูงที่สุดในประเทศไทยและในโลก พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม มีรูปแบบที่เรียกว่า พระปรางค์ทรงจอมแห ที่มีความสมส่วน แม้จะมีขนาดใหญ่โต แต่งดงามและได้สัดส่วนสมมาตรอย่างลงตัว ที่ได้ชื่อว่าทรงจอมแหนั้น เพราะขอบนอกของโครงสร้างพระปรางค์ตั้งแต่บริเวณฐานขึ้นไป มีลักษณะคล้ายกับการทิ้งแหนั่นเอง ทำให้ความงดงามเมื่อเราเดินชมพระปรางค์โดยรอบจะเห็นได้ชัดถึงความสมส่วนอย่างไร้ที่ติ คงมีหลายๆ คนน้้นสงสัยว่าพระปรางค์ขนาดสูงใหญ่เช่นนี้ มีฐานรากหรือโครงสร้างอย่างไรในการรับน้ำหนัก

อ้างถึงข้อเขียน และคำบอกเล่าจาก ขุนวิจิตร มาตรา หรือ สง่า กาญจนนาคพันธุ์ ผู้เขียน เด็กคลองบางหลวง ได้เล่าไว้ว่า …..

 

” ในการสร้างฐานรากของพระปรางค์นั้นใช้ท่อนซุงมากกว่า ๒๐ ต้น ในการวางซ้อนกันไปมา โดยในเริ่มแรก คือ การขุดดินให้ลึกลงไปแล้วนำต้นซุงขนาดใหญ่นับ ๒๐ ต้น วางเรียงซ้อนกันเป็นชั้นสลับขวางไปมา ราว ๔-๕ ชั้น เพื่อสร้างความมั่นคงและแข็งแรงให้ฐานราก การสร้างฐานรากเช่นนี้นับเป็นภูมิปัญญาไทยโบราณในงานสถาปัตยกรรมโดยแท้ ซึ่งไม่ได้มีเพียงโครงสร้างฐานรากของพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามตามคำบอกเล่าที่คุณสง่าได้เล่าไว้ในหนังสือที่ท่านเขียนมาเท่านั้น แต่ยังมีรูปแบบโครงสร้างเช่นนี้ที่ได้ขุดพบเจอครั้งบูรณะซ่อมแซมในสถานที่สำคัญอื่นๆ เช่นกัน อาทิ เช่น พระวิหารวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรมบรรพตภูเขาทอง วัดสระเกศฯ หรือ แม้แต่คุ้มเจ้าหลวง อายุกว่า ๑๐๐ปี ที่จังหวัดแพร่”

 

วัดอรุณราชวราราม

 

      ลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของพระปรางค์ ที่เกี่ยวข้องกับคติ ความเชื่อในการสร้างเป็น Landmark หรือ จุดหมายตา สอดคล้องกับคติความเชื่อในการสร้างบ้านสร้างเมืองครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีอีกด้วย นั่น คือ การสร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา เฉกเช่นเดียวกับ การสร้างวัดไชยวัฒนาราม ที่มีขนาดใหญ่โต และมีทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นกัน ทำให้การเดินเรือ การส่งสินค้า การค้าการขายซึ่งส่วนใหญ่มาทางเรือนั้น ได้เห็นพระปรางค์ขนาดใหญ่เป็นสำคัญ และเป็นหลักเป็นหมายตาที่ชัดเจนว่าเดินทางถึงจุดหมายแล้ว

       พระปรางค์ประธานของวัดอรุณราชวราราม ยังมีความโดดเด่น มีลักษณะเป็นพระปรางค์เก้ายอด คือ มีเรือนยอดบนสันหลังคามุขทั้งสี่ทิศ และมีปรางค์บริวารหรือปรางค์มุมอีกทั้งสี่มุม ซึ่งยังสอดคล้องกับคติความเชื่อในการสร้างพระปรางค์ขนาดใหญ่เหมือนที่จ.พระนครศรีอยุธยา อีกด้วย นั่นคือ พระปรางค์วัดพระมหาธาตุ หากแต่ปัจจุบันความยิ่งใหญ่ของพระปรางค์วัดมหาธาตุ จ.พระนครศรียุธยา ได้สูญสิ้นเสียแล้ว เพราะพังทลายมาเสียก่อน หากไม่แล้ว เราจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมงานศิลป์อยุธยา และภูมิปัญญาเชิงช่างที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

  จากที่กล่าวมาก่อนหน้า ถึงนัยในการสร้างพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามนั้นมีความเชื่อในเรื่องพุทธศาสนา ด้วย พระปรางค์ประธาน สื่อถึง เขาพระสุเมรุ ฐานโดยรอบอยู่ในกลุ่มเขาสัตตบริภัณฑ์ และรายล้อมไปด้วยทวีปทั้งสี่ ในทีนี้คือ พระปรางค์ทั้งสี่มุม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของทั้งมนุษย์ สัตว์ป่าหิมพานต์ เทวดา ฯลฯ ความยิ่งใหญ่ในการสร้างพระปรางค์ประธานนั้น มีทีมาจากพระราชศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ที่ทรงเห็นว่าเมื่อย้ายมาตั้งกรุงใหม่เป็นกรุงรัตนโกสินทร์ พระนครนั้นยังหาได้มีพระมหาธาตุขนาดใหญ่ จึงทรงมีพระราชดำริให้สร้าง/ ต่อเติม พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามจากเดิมที่สูงเพียงแค่ ๘ วา ให้ยิ่งใหญ่ขึ้น สมกับเป็นพระมหาธาตุสำหรับพระนคร มีคำปรากฎอยู่ในหนังสือตำนานวัตถุสถานต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงสถาปนาว่า

“….. พระปรางค์วัดอรุณ เปนของโบราณ ของเดิมสูง ๘ วา ในรัชกาลที่ ๒ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดอรุณ ทรงพรนะราชดำริว่าพระปรางค์เดิมยังย่อมอยู่ กรุงรัตนโกสินทร์ได้ตั้งขึ้นเปนราชธานี ยังหามีพระมหาธาตุไม่ ควรจะเสริมพระปรางค์วัดอรุณให้ใหญ่เปนพระมหาธาตุสำหรับพระนคร ”

 

พระปรางค์วัดอรุณฯ ได้รับการบูรณะ เรื่อยมา

 

     ถึงแม้ว่ารูปแบบในการบูรณะในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๒-๔ ไม่ได้มีกล่าวไว้ แต่ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งเป็นการบูรณะครั้งใหญ่อีกครั้งก็ทำให้เราสามารถเข้าใจและเข้าถึงลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเปรียบปรางค์ประธานเป็นเขาพระสุเมรุ ได้พอสังเขปดังนี้

 

วัดอรุณราชวราราม

 

   พระปรางค์ประธาน: เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนแห่งเขาพระสุเมรุ ดังมีองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่น่าสนใจ คือ ประติมากรรมรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ บริเวณซุ้มจระนำที่เรือนธาตุขององค์พระปรางค์ทั้ง ๔ ทิศ ซึ่งประติมากรรมดังกล่าวนี้ คือ สัญลักษณ์ของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่ประทับของพระอินทร์ และยอดพระปรางค์ซึ่งประดับด้วยนภศูล ที่มีลักษณะเป็นอาวุธของพระอินทร์ ซึ่งก็มีความหมายสื่อถึงพระอินทร์ได้เช่นกัน   

  ฐานพระปรางค์: คือ บริเวณเชิงเขาพระสุเมรุ โดยปรากฎองค์ประกอบทางศิลปกรรม ได้แก่ เทวดาแบก ยักษ์แบก ฯลฯ เรียงรายกันขึ้นไปตามชั้นราวๆ ๔ ชั้น

  • พระปรางค์ทั้ง ๔ ทิศ: คือ บริเวณเขาสัตตบริภัณฑ์ ตัวแทนทวีปทั้งสี่ ได้แก้ ชมพูทวีป อุตตรกุรุทวีป บุพวิเทหะทวีป และอมรโคยานทวีป
  • มณฑปทิศ: คือ จตุโลกบาลทั้ง ๔ บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา โดยในอาคารทั้ง ๔ องค์ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปแสดงพุทธประวัติ ตั้งแต่ ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน
  • ลานรอบพระปรางค์: คือ มหานทีสีทันดร

 

   เห็นได้ชัดว่าการมาเที่ยว วัดอรุณราชวราราม นอกจากจะได้ร่วมกิจกรรมงานบุญแล้ว ยังมีความหมายที่ลึกซึ้งเกี่ยวพันกับหลักพุทธศาสนา ตามไตรภูมิกถาอีกด้วย และหากต้องการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในลักษณะสถาปัตยกรรมเชิงหลักพระพุทธศาสนาดังนี้แล้ว วรรณกรรมศาสนาพุทธที่สำคัญมากเล่มหนึ่ง เช่น ไตรภูมิกถา, ไตรภูมิพระร่วง หรืออีกชื่อว่าไตรภูมิโลกวินิจฉัย วรรณกรรมครั้งสมัยกรุงสุโขทัย และต่อเนื่องมาถึงการชำระครั้งสำคัญในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี คือ สิ่งที่ควรทำความเข้าใจและศึกษาเป็นอย่างมาก หากเข้าใจลึกซึ้ง ภาพงานสถาปัตยกรรมของพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามแห่งนี้ จะเป็นสิ่งที่ง่ายต่อการรับรู้และและภาพคติธรรมทั้งหมดจะแจ่มแจ้งและชัดเจนขึ้นในสามัญสานึกของผู้เรียนรู้อย่างประมาณการมิได้เลย

วัดอรุณราชวราราม

 

นอกจากจะต้องทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวแล้ว สิ่งประกอบอันน่าสนใจภายในวัดก็มีความน่าชมและน่าเรียนรู้เช่นกัน

 

ในครั้งหน้าฉันจะพาทุกท่านไปเที่ยวและเรียนรู้วัดอรุณราชวรารามให้มากกว่าการแค่มาเยี่ยมชมพระปรางค์ประธาน ความสวยงามเชิงช่างสมัยกรุงศรีอยุธยาและต้นกรุงรัตนโกสินท์ อีกทั้งเรื่องราว น่าสนใจมีให้ติดตามอ่านในตอนหน้าค่ะ

 

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี  :  ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

 

   

PRIMO ATELIER

MADE WITH LOVE

มอบประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกและคล่องตัว Memoria (เมมโมเรีย) ด้วยสไตล์เรียบง่ายแต่หรูหรา และยังคงคอนเซ็ปต์ แบรนด์ การใช้งานที่คล่องตัว Regalo & Memoria จึงสามารถเป็นกระเป๋าคู่ใจที่เหมาะสำหรับชายและหญิง ด้วยขนาดที่พอเหมาะ ลงตัวกับทุกๆไลฟ์สไตล์ ในชีวิตประจำวัน

handbags memoria primo

ซื้อกระเป๋าหนังแท้ primo atelier facebook


 

คลินิกกระดูกและข้อ หมอสุนทร

อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

รักษาโรคกระดูกและข้อ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและเส้นประสาท

หมอกระดูกและข้อ หาดใหญ่

 
Previous ArticleNext Article