9Genuine Craftsman, Bag Gallery & Fashion, Thai Book Review

ความหมาย Retro & Vintage Style คืออะไร ?

vintage style
เหตุการณ์ที่เคยคุ้น ความหลังที่ประทับใจ  นับเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งของชีวิตผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่ง หรือสิ่งของ แนว vintage …

     ความหมาย Retro & Vintage Style คืออะไร ?

เหตุการณ์ที่เคยคุ้น ความหลังที่ประทับใจ 

นับเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งของชีวิตผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่ง

หรือสิ่งของ แนว vintage …

      อ้าวว แล้ว Retro Style ล่ะ ??!! เรื่องเดียวกันมั้ย ?ความจริงแล้ว วินเทจ ( Vintage) จากความหมายเดิม เป็นภาษาในวงการผลิตไวน์ หมายถึง การเก็บบ่ม ไวน์ ระยะเวลาหลายปี เพื่อให้ไวน์นั้นได้มีรสชาติที่ดี ซึ่งจะต้องกำกับปี ค.ศ. ที่ผลิตไว้ด้วย ก็พออาจจะสรุปได้ว่า Vintage เป็นสิ่งของที่ผลิตขึ้น ในยุคอดีต ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ในขณะที่ Retro สามารถนำลักษณะของสิ่งของที่มีในอดีตหยิบขึ้นมาผลิตซ้ำ หรือดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้นก็ได้ รวมทั้งการกลับมานิยมกันใหม่อีกครั้งเมื่อเวลาได้ผ่านไป    

vintage
pixabay.com
     สำหรับคำว่า Retro นี้ เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศส เริ่มใช้กันครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1974 มีความหมายว่า การชอบ หรือนิยมในสิ่งที่พ้นสมัยในปัจจุบัน ความนิยมนั้นจะต้องมีอายุถอยหลังย้อนกลับไปประมาณ 15 – 20 ปีที่ผ่านมา สรุปได้คือ vintage ซึ่งในภาษาอังกฤษ แปลได้หลายความหมาย แต่รวมๆแล้วจะพูดถึงความอบอุ่น ความหอมหวนในอดีต คือความเรียบง่าย ผ่อนคลาย ในแนวทาง Modern country (โมเดิร์น คัลทรี่) ง่ายๆ สบายๆ ไม่หรูหรา ในทางแฟชั่นคำๆ นี้ก็เลย หมายถึงการเก็บของเก่าให้ผ่านช่วงระยะเวลาหนึ่ง พอหยิบของเก่าออกมาใช้อีกที ก็จะได้ความรู้สึกที่คลาสสิก และก็มีเสน่ห์ หรือว่าจะเป็นการทำของใหม่ที่ให้ความรู้สึกละเมียดละไม แบบของเก่าก็ได้

 

ส่วน Retro Style ซึ่ง คำว่า retro มาจากคำว่า …  Retrospective แปลว่า อะไรก็ตามที่ทำให้นึกถึงเรื่องเก่า สมัยวัยเด็ก หรือช่วงเวลาที่เป็นวัยรุ่น ดังนั้นการใช้คำนี้ ไม่ได้หมายความเพียงแค่ งานดีไซน์เท่านั้น อาจรวมถึง งานเพลง งานศิลปะ ต่าง ๆ สิ่งของ หรือ นามธรรม ที่ทำให้ชวนนึกถึงอดีตในวัยเด็ก

 

 

แสดงความเห็นของคุณ

Previous ArticleNext Article

การอ่านหนังสือแบบนักคิดนั้นแตกต่างจากการอ่าน หนังสือแบบผู้อ่านทั่วๆไป ตรงที่เราใช้หนังสือเป็นบันไดในการก้าวไปสู่ความ คิดของผู้เขียน ในขณะเดียวกันเราก็ใช้หนังสือเป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟเพื่อส่องสว่างทาง ความคิดให้กับเราเดินไปสู่ความคิดใหม่ที่เป็นของตัวเราเอง เราต้องคิดเสมอว่า ถ้าเราอ่านเพียงเพื่อรู้ เราจะเป็นได้เพียงผู้ตามเท่านั้น แต่ถ้าเราอ่านเพื่อคิด เราสามารถก้าวเป็นผู้นำ(ทางความคิด)ได้อย่างแน่นอน

ติดตามเราได้ที่ facebook