Bag Gallery & Fashion, Uncategorized

ท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง เมืองหนังโนรา ต้องห้าม…พลาด ตอนที่ 1

ชวนท่องเที่ยว จังหวัดพัทลุง อัศจรรย์ของแสงที่สาดส่อง ทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำ ที่สำคัญที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นแห่งแรกในประเทศไทย สำหรับคนรักธรรมชาติ ความสงบเงียบ

จะมีใครสักกี่คนที่ชอบท่องเที่ยวในเมืองที่เป็นทางผ่าน ผ่านจริงๆ คือ ผ่านไปจังหวัดอื่นๆ และไม่ค่อยได้มีโอกาสแวะ ทั้งที่จริงๆ แล้ว ในแต่ละเมือง ของแต่ละจังหวัดในประเทศไทย มีสิ่งที่น่าค้นหา และน่าสัมผัสทั้งนั้นค่ะ “จังหวัดพัทลุง” เป็นอีกจังหวัดที่หากไม่ตั้งใจไป ก็อาจจะขับรถผ่านเลยลงใต้ไป อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา หรือ ผ่านเลยขึ้นเหนือไปจังหวัดนครศรีธรรมราช แทนค่ะ แต่ …. วันนี้ดิฉันจะพาทุกคนไปสัมผัสเมืองต้อง..ห้ามพลาด ว่าทำไมถึงต้องห้ามพลาด และห้ามผ่านเลยนะคะ

       หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวตัวจริง จังหวัดเล็กๆ หรือจังหวัดใหญ่ๆ ย่อมมีสถานที่น่าสนใจในตัวเอง “จ.พัทลุง” ก็เช่นกัน นอกจากทะเลน้อย พื้นที่ชุ่มน้ำ ที่สำคัญที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ที่ได้รับการประกาศมาตั้งแต่ ปีพุทธศักราช ๒๕๔๑ ทะเลน้อยซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพ มีความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศน์เป็นอย่างมาก ที่นี่ยังเป็นอุทยานนกที่น่าสนใจมากแห่งหนึ่ง ของประเทศไทย ที่นักดูนกจะพลาดไม่ได้เลยจริงๆค่ะ

จุดหมายของการท่องเที่ยววันนี้ จึงเป็นทะเลน้อย อาหารอร่อยๆ ของกินพื้นเมือง และความเป็นเมืองโบราณที่มีชื่อปรากฎอยู่ในประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย นอกจากนี้ มีที่พักสำหรับคนรักธรรมชาติ ความสงบเงียบมาแนะนำด้วยค่ะ

      พัทลุง หรือที่เรียกกันสั้นๆ ง่ายๆว่า เมืองลุง มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์ว่า เป็นเมืองหนึ่งในอาณาจักรศรีวิชัย เพราะมีการค้นพบโบราณวัตถุในยุคสมัยศรีวิชัยตามอำเภอต่างๆ เป็นจำนวนมาก และยังเป็นจังหวัดที่พิสูจน์ได้ว่า มีการรับเอาวัฒนธรรมทางศาสนาพุทธ ลัทธิมหายานมาจากอินเดียใต้ มีการค้นพบพระพิมพ์ดิน รูปพระโพธิสัตว์ ในพื้นที่ วัดถ้ำคูหาสวรรค์ และถ้ำเขาอกทะลุ สถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดเลยค่ะ

ทะเลน้อยซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพ มีความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศน์เป็นอย่างมาก ที่นี่ยังเป็นอุทยานนกที่น่าสนใจมากแห่งหนึ่ง ของประเทศไทย
ชาวบ้านทะเลน้อยนำควายมาเลี้ยงในพื้นที่นานกว่า 100 ปีมาแล้ว เป็นการปล่อยออกไปกินหญ้าเองตามทุ่งหญ้าขนาดใหญ่เหมือนชาวบ้านในพื้นที่อื่น แต่ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของทะเลน้อย ทำให้ในช่วงฤดูน้ำหลาก ทุ่งหญ้าที่เป็นแหล่งหากินของควายต้องจมอยู่ใต้ผืนน้ำเป็นเวลา 5 เดือนใน 1 ปี ส่งผลให้ควายต้องปรับตัวอาศัยหากิน ด้วยการว่ายน้ำเป็นระยะทางไกล เพื่อดำน้ำลงไปกินหญ้าที่จมอยู่ใต้น้ำ บางตัวสามารถดำน้ำได้นานจะมุดหัวลงน้ำ เท้าหลังชี้ขึ้นฟ้ากินหญ้าน้ำได้คราวละ หลายนาที ส่วนลูกควายตัวเล็กจะดำน้ำลงไปทั้งตัว เป็นภาพที่ชาวทะเลน้อยเห็นชินตามาหลายชั่วอายุคน จนเรียกขานควายในทะเลน้อยว่า “ควายน้ำ” ตามลักษณะการหากิน

 

นักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำคลิปแนะนำให้ขึ้นไปชมความงามบนเขาอกทะลุ เมืองพัทลุง

This rugged limestone outcrop, fringed by forest and tamed by a steep, concrete staircase of some 1000 steps

เลี้ยวแวะ รู้จักประวัติศาสตร์เมืองพัทลุงสักหน่อยนะคะ

  ชื่อเมืองพัทลุง ก็มีปรากฎมาตั้งแต่สมัยพระบรมไตรโลกนาถ ช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนต้น จึงนับได้ว่า เมืองพัทลุง เป็นเมืองทางใต้ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน และเจ้าเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคนแรก คือ ชาวมุสลิม ท่านมีนามว่า ต๊ะโต๊ะโมกอล ได้รับการแต่งตั้งในสมัยพระเจ้าทรงธรรมให้เป็นข้าหลวงใหญ่ เนื่องจากท่านมีบทบาทในการพัฒนาเมืองและการค้า ทำให้จ.พัทลุง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นอีกเมืองท่าที่มีการค้าขาย และสร้างรายได้ให้พัทลุง มีความเจริญก้าวหน้า ลูกชายคนโต ท่านสุไลมาน ได้รับการดูแลจาก ต๊ะโต๊ะมอล อีกทั้งยังได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระเจ้าทรงธรรมให้ดูแลความสงบเรียบร้อยตั้งแต่เมืองนครศรีธรรมราชตอนล่าง ลงมาพื้นที่ทางใต้จนสุดเขตที่ จ.ปัตตานี และจ.พัทลุง มีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายถิ่นฐานเรื่อยมา แต่ก็ยังอยู่ในพื้นที่เดิมของจังหวัด มีผู้นำของจังหวัดหลายท่านที่สร้างความเจริญ และทำให้พัทลุงมีความสำคัญมาโดยตลอดค่ะ ไม่ว่าจะเป็น พระยาพัทลุง (ขุนคางเหล็ก) พระยาวิชิตเสนา (ทองขาว)พระยาอภัยบริรักษ์ (จุ้ย จันทร์โรจน์วงศ์) ส่วนประชาชนชาวเมืองพัทลุงก็ได้มีบทบาทในการร่วมมือกับผู้นำ ต่อสู้ป้องกันเอกราชของชาติมาหลายครั้ง เช่น สงครามเก้าทัพ เป็นต้น ที่นี่จึงมีวังของเจ้าเมืองเก่าอยู่

 

(( หนังสือประวัติศาสตร์ เมืองพัทลุง  :   โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับสภาพภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมเศรษฐกิจ บุคคลสำคัญ โบราณสถาน โบราณวัตถุ ตลอดถึงแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุงที่น่าสนใจ เพื่อให้ผู้อ่านได้เกิดความรักความผูกพันกับท้องถิ่น ช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติและดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมของท้องถิ่น อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวพัทลุงให้ยั่งยืนนานตลอดไป )) 

 

     เมื่อเข้าสู่เขตเมืองพัทลุง สิ่งที่เป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญ เห็นแล้วก็ทราบได้ทันที ก็คือ เขาอกทะลุ รูปทรงภูเขาที่ดูแปลกตาและสวยงามค่ะ เห็นภูเขารูปทรงนี้เมื่อไหร่ แสดงว่าเราเข้าเขต จ.พัทลุง แล้วนะคะ ขับรถเลยจากตัวเมืองมาสักหน่อยจะเป็น อ.ควนขนุน ซึ่งจุดเช็คอินแรกวันนี้ เราแวะเติมพลังงาน เป็นของหวานแสนอร่อยกันก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังที่พัก ที่อยู่ในเขตพื้นที่ทะเลน้อย ที่ร้านขนมหวานป้ากี้

     ร้านนี้ไม่ได้ใหญ่โตมาก พอมีพื้นที่นั่งจุลูกค้าได้ประมาณ ๒๐ ที่นั่ง แต่ขนมหวานฝีมือป้ากี้ที่ขายมานานกว่า ๕๐ ปี รสชาติอร่อย หวานกำลังดี เมนูที่ห้ามพลาด คือ ขนมสาคู สาคูที่ว่าไม่ใช่เม็ดสาคูที่ทำจากมันสำปะหลังนะคะ แต่เป็นสาคู ที่มาจากต้นสาคู รับรองว่าหลายๆ ท่านไม่เคยได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน และขนมสาคูที่ว่า ก็คือ การนำแป้งจากส่วนหัว หรือลำต้นมาทำขนมค่ะ แต่เสียดายที่ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยม อาจจะด้วยกระบวนการที่ยากกว่า และต้นสาคูก็หาได้ยากขึ้น จึงหันไปนิยมแป้งสาคูที่ทำมาจากแป้งมันสำปะหลังแทน ทั้งๆ ที่ แป้งที่ทำจากต้นสาคูนั้น อร่อยกว่า และรสชาติดีกว่ามากค่ะ

ร้านขนมหวานป้ากี้ ยังใช้แป้งสาคูทำขนม จัดเป็นเมนูแนะนำที่หากได้ชิม ก็จะติดใจต้องสั่งถ้วยที่ ๒ ทานต่อในทันที ราคาต่อถ้วย ก็ไม่แพงเลยค่ะ ราคาน่ารัก เพียง ๑๐ บาทเท่านั้น

        สาคูท้อปปิ้งด้วยกะทิสด กลมกล่อม หวานมันกำลังดี ที่สำคัญคือ หนึบๆ เหนียวๆ อร่อยมากค่ะ ท่านใดติดใจ จะซื้อแป้งสาคูมาต้มทานเองก็ได้นะคะ ทางร้านมีขายจำหน่ายถุงละ ๕๐ บาท ทานกันได้ทั้งครอบครัว นอกจากขนมสาคู เมนูของหวานที่ห้ามพลาดแล้ว ร้านขนมหวานป้ากี้ ยังมีเมนูขนมหวานอื่นๆ ให้เลือกทานเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรวมมิตรกะทิสด กล้วยเชื่อม ข้าวโพดเปียก วุ้นในน้ำเชื่อม ฯลฯ อย่างวุ้นในน้ำเชื่อม รสชาติดี กรุบกรับ คุณป้าบอกว่า วุ้นนี้แหละที่เขานำมาใช้แทนรังนก ถ้าคุณผู้อ่านได้ลองทานดู รับรองว่าเนื้อวุ้นเหมือนรังนกจริงๆ ค่ะ

รวมมิตรกะทิสด กล้วยเชื่อม ข้าวโพดเปียก วุ้นในน้ำเชื่อม

        เมื่อเติมพลังงานกันแล้ว เราขับรถผ่านเส้นทางผ่านตัวเมือง อ.ควนขนุน แต่ก่อนออกจากตัวเมือง ดิฉันขอแนะนำให้คุณผู้อ่านแวะตลาดสด อ.ควนขนุน กันสักนิด ตลาดขนาดย่อม ไม่ใหญ่ไป ไม่เล็กไป แต่ที่นี่มีของกิน อาหาร คาว หวาน ของสดขายตลอดทั้งวัน แถมอาหารการกินมีความท้องถิ่นมากๆ ในหลายๆ อย่าง เห็นแล้วชวนน้ำลายสอ ราคาไม่แพง บวกกับรอยยิ้มของพ่อค้าแม่ค้า ชวนให้อุดหนุนขึ้นเป็นสองเท่าเลยค่ะ ใครอยากตุนเสบียงไว้ แนะนำให้แวะตลาดสด รับรองไม่ผิดหวังค่ะ ^^

Pakpra Lagoon Resort at Phatthalung

ออกจากควนขนุน เราใช้เส้นทางมุ่งหน้าทะเลน้อยเพื่อไปยังที่พักในค่ำคืนนี้ นั่นคือที่ ปากประลากูน ( Pakpra Lagoon Resort at Phatthalung)

ปากประ คือ ชื่อคลองที่ลำน้ำไหลผ่านสู่ทะเลน้อยนั่นเอง ที่นี่เงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ห้องพักมีไม่มาก แต่การบริหารจัดการ และ สิ่งอำนวยความสะดวก (แบบเรียบง่าย) มีพร้อมจริงๆ

       สิ่งที่ดิฉันชื่นชอบและต้องขอชื่นชม คือ การนำเอางานหัตถกรรมของคนในท้องถิ่นมานำเสนอ และจัดตกแต่งในห้องพักได้อย่างลงตัวมากๆ เสื่อกระจูด งาน Handmade สวยๆ จากฝีมือชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นของใช้ที่จัดวางไว้แขกนำไปใช้ได้ เช่น หมวก ผ้าถุงลายพื้นบ้าน กระเป๋า ฯลฯ ทั้งหมดทั้งมวลเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกจริงๆ ค่ะ ทางรีสอร์ทยังมีจักรยานให้ยืมปั่นชมธรรมชาติรอบๆ อีกด้วยค่ะ

สระว่ายน้ำซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลน้อย ใครอยากเรียนรู้วิถีชีวิตชาวเล หรือชาวประมง แค่เดินไปชม

        ขนาดพื้นที่รีสอร์ทมีขนาดพอดี มีสระว่ายน้ำซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลน้อย ใครอยากเรียนรู้วิถีชีวิตชาวเล หรือชาวประมง แค่เดินไปชม ก็จะได้เห็นการยกยอที่ดูเหมือนจะง่าย แต่จริงๆ แล้ว มีความยาก และใช้พละกำลังพอสมควร ท่านใดอยากลองยกยอ ก็มีให้ประลองนะคะ แล้วจะรู้ในทันทีว่า กว่าจะได้ปลา ได้กุ้งมาทาน มันไม่ง่ายจริงๆ ค่ะ และอาชีพประมง ก็เป็นอาชีพที่ต้องใช้ทักษะไม่น้อยเลย ต้องขอยกย่องในทักษะ ความสามารถส่วนตัวจริงๆ เพราะดิฉันได้ลองยกดูแล้ว ต้องขอสารภาพว่าต้องทิ้งทั้งตัวลงค่ะ พูดง่ายๆ ทุ่มสุดตัวเพื่อยอ ๑ หลังกันเลย กว่าจะได้ปลา ได้กุ้ง ก็ต้องใช้ความอดทนกันสักหน่อย ไม่งั้นอด และการทุ่มทั้งตัวของเราจะไม่เป็นผลแน่นอน ^^

ยกยอ
ท่านใดอยากลองยกยอ ก็มีให้ประลองนะคะ แล้วจะรู้ในทันทีว่า กว่าจะได้ปลา ได้กุ้งมาทาน มันไม่ง่ายจริงๆ ค่ะ

 

 

บรรยากาศยามพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าจัดว่าเป็นไฮไลท์ของการชมทะเลน้อยในยามเย็นนะคะ ควรให้เวลากับธรรมชาติรอบตัว เพราะจะได้ตรงกับสโลแกนของพื้นที่ ที่เรียกยามเย็น หรือยามเช้าของทะเลน้อยว่า เป็นพื้นที่ที่เราจะได้ชมความ อัศจรรย์ของแสงที่สาดส่องลงมา มียอ และชาวประมง เป็นตัวละครหลัก แค่ได้นั่งชมความสวยงามของทะเลสาบตรงหน้า ก็คุ้มยิ่งกว่าคุ้มแล้วค่ะ ค่ำนี้เราจะได้หลับ พักผ่อนและฝันดี วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันกับการเดินทาง พรุ่งนี้ดิฉันจะพาไปเที่ยวกันต่อ และแน่นอน ของอร่อย เมนูพื้นเมืองรอคอยอยู่ โปรดติดตามภาค ๒ กันค่ะ

ท่องเที่ยว พัทลุง

 

เรียบเรียง และรูปภาพ โดย : เอกชฎา ศรีสุวรรณ์

และรูปภาพบางส่วน โดย :   https://www.facebook.com/pakpralagoon/

แสดงความเห็นของคุณ
loading...

Previous ArticleNext Article