Thai Book Review

หนังสือ Digital Marketing การตลาดออนไลน์

ในยุคสมัยที่อะไรต่อมิอะไรก็ล้วนแต่ ดิจิตอล กันไปหมด ไม่เว้นแม้การตลาด ก็แตกแขนงมาเป็น Digital marketing กันแล้วในโลกแห่งยุคดิจิตอล

มีหลายคนไม่น้อยครับ ที่ผันตัวจากมนุษย์เงินเดือน มาประกอบธุรกิจส่วนตัวด้วยธุรกิจออนไลน์ หรือแม้กระทั่งธุรกิจห้างร้านยุคเก่า ก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วย  และแน่นอนครับ นี่คือโลกแห่งดิจิตอล โลกที่พรั่งพร้อมด้วย เครื่องไม้เครื่องมือ หรือแพลทฟอร์ม ที่เข้าถึงผู้คนจำนวนมากอย่าง Social network หลากหลายรูปแบบ เช่น facebook twitter instragram pinterest  และ อื่นๆอีกมากมาย ล้วนเป็นตัวขับเคลื่อนความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

หนังสือ การตลาดออนไลน์  หนังสือ Digital Marketing : Concept & Case Study 3rd Edition เล่มนี้ ได้เล่าถึงทุกแง่มุมด้านการตลาดออนไลน์ครบด้านและครบรส อ่านเพลินย่อยไม่ยากครับ  เพราะลีลาการเขียนและวิธีการนำเสนอ ผู้เขียนล้วนได้ย่อยจนละเอียด และอัดแน่นลงในเล่มนี้ จำนวน 11 บท (ผมจะย่นย่อให้อีกสักหน่อยในตอนท้าย )

หากคุณเป็นนักการตลาด หรือกำลังคิดค้าคิดขาย หรือทำธุรกิจ จงรีบอ่านรีบศึกษาเสียตอนนี้ ยังไม่สาย   เพราะการเปลี่ยนที่รวดเร็วไม่เคยรอใคร เพราะ  “เมื่อคุณหยุดเดิน นั่นไม่ได้แค่หมายถึงคุณอยู่กับที่  แต่นั่นเป็นการถอยหลังต่างหาก”

ISBN : 9786162006685
 ขนาดรูปเล่ม : 165 x 190 x 15 มม.
น้ำหนัก : 380 กรัม
เนื้อในพิมพ์ : สี่สีในเล่ม  (ปกอ่อน) 230 หน้า
ชนิดกระดาษ : กระดาษปอนด์
สำนักพิมพ์ : ไอดีซี พรีเมียร์, บจก.
เดือนปีที่พิมพ์ : 3/2016

สารบัญ

1. อัพสกิล Digital Marketing :   ยังไงก็ต้อง อัพสกิลกันก่อนครับ อันที่จริงก็ต้องอัพกันตลอด ๆ นั่นล่ะ เพราะอย่างที่บอก โลกดิจิตอลไม่เคยรอใคร ใครหยุดนิ่ง ก็หมายถึงว่า กำลังถอยหลัง   ครับ   ไม่ว่าจะมือใหม่หรือมือเก่า ต้องทำความเข้าใจการตลาดออนไลน์กันเสียก่อน

“ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ เพราะมันไม่รู้จักปรับตัว”
Dinosaurs are extinct because they don’t know how to adapt.

2. เครื่องมือ Digital Marketing :     คราวนี้ก็มาศึกษาเครื่องไม้เครื่องมือ ว่ามีอะไรบ้าง ทำงานอย่างไร  มีผลดี และข้อจำกัดอย่างไร วิเคราะห์ได้แล้ว ก็เลือกและเน้นสำหรับการนำมาใช้กับแผนการตลาดของเรา    อย่าได้ถามหรือค้นหาเครื่องมือที่ดีที่สุดล่ะ เพราะไม่มีอะไรดีที่สุด แต่มีอะไรที่เหมาะกับเรามากที่สุด  นั่นแหละ สูตรสำคัญที่คุณต้องตีโจทย์ให้แตก

3. พื้นฐานการตลาดฉบับรวบรัด  :        สำหรับบทนี้  นักการตลาดมืออาชีพ อาจจะข้ามไปก็ได้นะครับ แต่ถ้าอยากจะ รื้อ และฟื้น มันขึ้นมาใหม่ ก็เป็นความคิดที่ดีอยู่เหมือนกัน   เอาวิชามาปัดฝุ่น ปรับนั้นนิดปรับนี่หน่อย ไม่แน่นะอาจจะได้นวัตกรรมใหม่ขึ้นมาก็ได้

4. Online PR สร้างภาพ (อยู่ได้)  :        อยากให้เรียกว่า การประชาสัมพันธ์ ดีกว่าครับ  การสร้างภาพลักษณ์ที่ดี คือการสร้างการรับรู้ในเชิงบวก เพียงแค่สร้างการรับรู้ก็ถือว่าหินแล้ว แต่ถ้าให้ต้องทำให้การรับรู้เป็นทัศนคติที่ดีเป็นที่จดจำ อาจจะยากกว่า  ไม่ลองไม่รู้ แต่ก่อนที่จะลอง ต้องศึกษากันเสียก่อน

website

5. เว็บไซต์หัวใจสำคัญของธุรกิจ :   ผู้เริ่มต้นค้าขายออนไลน์  มักจะมัวแต่หมกมุ่นว่า ฉันควรจะต้องมีเว็บไซด์ หรือ มีแค่ แฟนเพจ หรือ ig ก็เพียงพอแล้ว  ??  หากใครคิดว่าเว็บไซด์ไม่สำคัญ คุณกำลังคิดผิดแล้วล่ะ  ต้องอ่านดูนะ มันสำคัญจริง ๆ

6. มาแรงด้วย Content Marketing  :           หากคุณได้อ่านบทที่ 1 เข้าใจกระจ่างแจ้งแล้ว บทนี้คุณจะเข้าใจได้เร็ว และไม่ยาก Content สำคัญอย่างมาก มันไม่ใช่แค่การสร้างการรับรู้เท่านั้น แต่หากสร้าง Content ที่ดี ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย  มันจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างมาก

7. กระตุ้นยอดขายให้พุ่งด้วย E-Mail Marketing :     ใครว่า การทำ email marketing เป็นเรื่องโบราณ และล้าสมัยไปแล้ว  นั่นคุณคิดผิด   อย่าลืมนะครับว่า ปัจจุบันคนใช้มือถือเปิดนั่นเปิดนี่ได้อย่างอิสระและรวดเร็ว  นึกออกหรือยังครับ  ใช่แล้ว  ลูกค้าของคุณก็เปิดดูอีเมล์ด้วยโทรศัพท์มือถือด้วยเช่นกัน   …

social-1206610_1280

8. Social Media ก้าวที่ยิ่งใหญ่ของนักการตลาดตัวน้อยๆ   :       จะเรียกว่า ขุมทรัพย์ ของนักการตลาด หรือการทำธุรกิจออนไลน์  ก็ไม่ผิดครับ  เพราะ Social Media เป็นเครื่องมือที่ทรงอานุภาพ มีอำนาจการทะลุทะลวง เข้าถึงได้ในวงกว้าง บทนี้ จะเจาะลึกเทคนิคต่าง ๆ ในการใช้เครื่องมือ social media รูปแบบต่าง ๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ขณะนี้

และอีก 3 บท ส่งท้าย  ติดตามกันต่อได้นะครับ
9. การันตีแบรนด์ดังด้วย พลัง Viral
10. Mobile & Apps Market-ing สมการเด็ดเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ
11. Digital Marketing Trends in 2017

หนังสือ Digital Marketing

แสดงความเห็นของคุณ

Previous ArticleNext Article

การอ่านหนังสือแบบนักคิดนั้นแตกต่างจากการอ่าน หนังสือแบบผู้อ่านทั่วๆไป ตรงที่เราใช้หนังสือเป็นบันไดในการก้าวไปสู่ความ คิดของผู้เขียน ในขณะเดียวกันเราก็ใช้หนังสือเป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟเพื่อส่องสว่างทาง ความคิดให้กับเราเดินไปสู่ความคิดใหม่ที่เป็นของตัวเราเอง เราต้องคิดเสมอว่า ถ้าเราอ่านเพียงเพื่อรู้ เราจะเป็นได้เพียงผู้ตามเท่านั้น แต่ถ้าเราอ่านเพื่อคิด เราสามารถก้าวเป็นผู้นำ(ทางความคิด)ได้อย่างแน่นอน

ติดตามเราได้ที่ facebook