Thai Book Review, Uncategorized

7 ลำดับขั้นของการตื่นรู้ Guide Book สู่ความสุขที่แท้ | หนังสือแนะนำ

แนะนำหนังสือ หัวใจตื่นรู้

           สังคมโลกในปัจจุบัน นับวันจะห่างไกลจากความสุข-สงบ เป็นยุคที่เราสามารถเข้าถึงความรู้ต่าง ๆ ได้มากมาย มากเสียจนแทบ ไม่เหลือให้กับสิ่งที่เป็นสาระสำคัญของชีวิต เรารู้ข้อมูลทุกสิ่งอย่างจากสื่อมากมายหลายแขนง แต่เราไม่รู้อยู่เพียงอย่างเดียวคือ “การรู้จักตัวเอง”

การรู้จักตัวเอง” คือ จุดเริ่มต้นของการตื่นรู้ทั้งปวง

“ความไม่รู้” ไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นของความทุกข์ แต่ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถค้นพบความสุขที่แท้จริง เริ่มจากเราไม่รู้ว่า เรากำลังแสวงหาอะไร อะไรที่ขาดหายไป เราไม่รู้เราคือใคร เกิดมาทำไม ชีวิตคืออะไร เราอาจไม่รู้ตัวว่าเราหลับใหลอยู่ (ทั้งๆ ที่กายตื่น) รวมถึงบางครั้งเราก็ไม่รู้ด้วยว่าเราไม่รู้ ….

            New Heart New World 3 หัวใจตื่นรู้ เพื่อค้นหาความหมายของชีวิต ความเป็นอิสระจากความเห็นผิด และความยึดมั่นในความเป็นตัวตนของตน เพราะเห็นความจริงของกายใจ เมื่อเราตื่นรู้ เราจะมีมุมมองที่เปลี่ยนไป เห็นโลกในสิ่งที่เป็น ยึดติดสิ่งต่างๆน้อยลง และมีความสุขมากขึ้น แต่การฝึกฝนเพื่อการตื่นรู้นั้นไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากเกินไป   หนังสือ หัวใจตื่นรู้ เล่มนี้ รวบรวมภูมิปัญญาทั้งเก่าและใหม่ สังเคราะห์เป็นแผนที่สู่ความตื่นรู้ นำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และปฏิบัติจริง ไม่ติดอยู่กับพิธีรีตอง และก้าวข้ามความแตกต่างทางด้านรูปแบบ ภาษา หรือสัญลักษณ์ ซึ่งมักกลายเป็นตัวขวางกั้นความตื่นรู้ อีกทั้งยังกลายเป็นเครื่องแบ่งแยกให้เกิดฝักฝ่าย แทนที่จะนำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกัน อันเป็นจุดหมายสูงสุดของความตื่นรู้

ความไม่รู้” ไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นของความทุกข์ แต่ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถค้นพบความสุขที่แท้จริง เริ่มจากเราไม่รู้ว่า เรากำลังแสวงหาอะไร อะไรที่ขาดหายไป เราไม่รู้เราคือใคร เกิดมาทำไม ชีวิตคืออะไร เราอาจไม่รู้ตัวว่าเราหลับใหลอยู่ (ทั้งๆ ที่กายตื่น) รวมถึงบางครั้งเราก็ไม่รู้ด้วยว่าเราไม่รู้

รู้ความจริง เมื่อใจตื่น

เชื่อไหมว่า โซ่ตรวนที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล ที่กักขังชีวิตและจิตใจเราทุกคนไว้ คือ “โซ่แห่งความไม่รู้”  เพราะ ความไม่รู้ ในความจริง ได้กลายเป็น ความเห็นผิด ทำให้เกิดความยึดมั่น ในความเป็นตัวตน โซ่แห่งความไม่รู้นี้ จะหมดอำนาจลงได้ ก็ต่อเมื่อเราได้มองเห็น ความจริง ของตัวเราเอง  เห็น ความเป็นตัวตน ว่า มันไม่ใช่สิ่งที่จีรังยั่งยืน มันเป็นเพียง การรวมตัว ของเหตุปัจจัยต่างๆ มากมาย  เพราะ “การเห็นความจริงในตัวเรา” เท่านั้น ที่จะทำให้เรา ละวางตัวตนให้เบาบางลงและเข้าถึงอิสรภาพที่แท้จริงได้  เพราะความจริงนี้ มีอยู่แล้วในตัวเราทุกคน

               สร้างความเข้าใจในการตื่นรู้สู่ความสุขที่แท้จริงผ่านเส้นทาง 7 ลำดับขั้นของการตื่นรู้ที่เป็นสากล เข้าใจง่าย และปฏิบัติตามได้จริง ทั้งนี้ โดยแบ่งลำดับเป็น 7 ขั้นตอน 7 สี เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นเชิงรูปธรรม สามารถสำรวจตรวจสอบระดับจิตของตนเองว่าอยู่ในระดับใด และจะยกระดับจิตใจได้อย่างไรบ้าง

หนังสือ หัวใจตื่นรู้
โดย ธรากร กมลเปรมปิยะกุล และ ณัฐนภ ตระกลธนภาส

สำนักพิมพ์ SOOK Publishing
ผู้แต่ง ธรากร กมลเปรมปิยะกุล และ ณัฐนภ ตระกลธนภาส
ปีที่พิมพ์ 2559 จำนวนหน้า 277

จัดจำหน่ายโดย บริษัท เคล็ดไทย จำกัด ในราคาเล่มละ 240 บาท วางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไป
หรือสั่งซื้อออนไลน์ ได้ที่
http://www.chulabook.com/description.asp?barcode=9786163930552
https://thailand.kinokuniya.com/bw/9786163930552

คำนิยม

โลกกับเรานั้นแยกจากกันไม่ออก  ไม่เพียงร่างกายของเราก่อรูปและอยู่ได้เพราะโลกอุ้มชูหล่อเลี้ยงเท่านั้น  ใจเรายังถูกหล่อหลอมด้วยอิทธิพลของโลกรอบตัว  อารมณ์เราจะดีหรือร้าย มุมมองของเราจะกว้างหรือแคบ ประณีตหรือหยาบ   สิ่งแวดล้อมภายนอกมีส่วนกำหนดมิใช่น้อย   ขณะเดียวกันโลกรอบตัวจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับใจของเราด้วย  ในยามทุกข์ โลกรอบตัวดูหม่นหมอง  ตรงข้ามกับยามสุข โลกก็จะพลันสว่างไสว

ใช่หรือไม่ว่า เมื่อใจพลิก ชีวิตก็เปลี่ยน โลกย่อมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป   ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ใจจะพลิกไปทางใด ดีหรือร้าย ขึ้นหรือลง  สว่างหรือมืด  อย่างไรก็ตามแม้สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อใจ ก็ใช่ว่าใจจะตกเป็นทาสของสิ่งแวดล้อมอย่างสิ้นเชิง  เราแต่ละคนมีอิสระในการเปลี่ยนจิตพลิกใจไปในทางที่ดี แม้ว่าใจนี้มิใช่ของเรา ชนิดที่จะบงการควบคุมไปในทางใดก็ได้ แต่เราก็สามารถฝึกฝนปรับปรุงหรือพัฒนาได้หากเข้าใจธรรมชาติของใจ หรือสร้างเหตุปัจจัยให้สอดคล้องกับธรรมชาติดังกล่าว

ภูมิปัญญาหรือองค์ความรู้ในการพัฒนาจิตใจนั้นมีมากมาย  หนึ่งในนั้นคือพุทธธรรม ซึ่งให้ความสำคัญแก่การสร้างความตื่นรู้  จนเกิดปัญญาแจ่มแจ้งในสัจธรรม นำไปสู่อิสรภาพทางจิต ชนิดที่อะไรมากระทบก็ไม่ทำให้เป็นทุกข์ได้  แม้กายยังต้องทุกข์เพราะความแก่ชราและความเจ็บไข้ได้ป่วยก็ตาม  แต่ความตื่นรู้ดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยคุณภาพจิตอย่างอื่น ๆ เป็นตัวรองรับสนับสนุน เช่น เมตตากรุณา  สมาธิ สติ ศรัทธา เป็นต้น คุณภาพจิตเหล่านี้มิอาจนึกฝันให้เกิดขึ้นได้ แต่ต้องสร้างด้วยการฝึกฝนตนเองทั้งในระดับพฤติกรรม (ทาน และศีล) และการฝึกด้านใน (ภาวนา)

หนังสือเล่มนี้รวบรวมภูมิปัญญาต่าง ๆ ทั้งเก่าและใหม่ เพื่อสังเคราะห์เป็นแผนที่สู่ความตื่นรู้ โดยนำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและปฏิบัติได้  ไม่ติดอยู่กับพิธีรีตอง และก้าวข้ามความแตกต่างทางด้านรูปแบบ ภาษา หรือสัญลักษณ์  ซึ่งมักกลายเป็นตัวขวางกั้นความตื่นรู้   อีกทั้งยังกลายเป็นเครื่องแบ่งแยกให้เกิดฝักฝ่าย แทนที่จะนำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกัน อันเป็นจุดหมายสูงสุดของความตื่นรู้

หนังสือเล่มนี้ยังชวนให้เรากลับมาทบทวนชีวิตของตนเอง เป็นเสมือนกระจกเงาที่ช่วยให้เรารู้จักตัวเอง อีกทั้งยังเชิญชวนให้กล้าเดินออกจากกรอบที่เป็นประหนึ่งคุกที่ขังตัวเราเอาไว้  เรื่องเล่าและข้อคิดที่ตกผลึกจากประสบการณ์อันเข้มข้นของผู้แสวงหามากมายหลายคน  ล้วนเป็นกำลังใจให้แก่ผู้อ่านที่ปรารถนาจะเดินหรือกำลังเดินอยู่บนเส้นทางของความตื่นรู้ ซึ่งไม่ราบรื่นเสมอไป และต้องอาศัยความเพียรมาก เพราะเป็นการทวนกระแสกิเลสอันเชี่ยวกรากทั้งภายในและภายนอก

ยุคนี้แม้เป็นยุคที่เราสามารถเข้าถึงความรู้ต่าง ๆ ได้มากมาย รวมทั้งคำสอนเพื่อความตื่นรู้และหลุดพ้น แต่ในเวลาเดียวกันก็เต็มไปด้วยสิ่งล่อเร้าเย้ายวนให้เราถลำหรือติดกับดักแห่งความหลง  ดึงเวลาและพลังงานของเราไปจนแทบไม่เหลือให้กับสิ่งที่เป็นสาระสำคัญของชีวิต  อีกทั้งยังผลักรุนให้เราใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบและร้อนรนจนไม่มีเวลาหยุดคิดแม้กระทั่งว่าอะไรคือสิ่งที่ชีวิตของเราต้องการอย่างแท้จริง   หนังสือเล่มนี้อาจให้คำตอบดังกล่าวแก่เราได้  อย่างไรก็ตามคำตอบที่แท้จริงนั้นต้องมาจากใจของเราเอง   แต่จะพบมันได้ก็ต้องเริ่มต้นจากการอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างช้า ๆ  หันมาใช้ชีวิตให้ช้าลง มีเวลาอยู่กับตัวเองให้มากขึ้น แล้วกลับมาดูใจของตนเองอยู่เนือง ๆ  บางช่วงอาจต้องหลีกเร้นเพื่อทำกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจนสัมผัสกับความตื่นรู้   ความตื่นรู้นี้แหละเมื่อถึงจุดหนึ่งจะช่วยให้ใจเราสงบ สดชื่น และเบิกบานได้แม้อยู่ในโลกที่วุ่นวาย อึกทึก และรีบเร่ง 

ขออนุโมทนาผู้เขียนและทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำหนังสือเล่มนี้  เชื่อแน่ว่า หัวใจตื่นรู้ จะช่วยจุดประกายแห่งความตื่นรู้ขึ้นในใจของผู้อ่านไม่มากก็น้อย

พระไพศาล วิสาโล
วันมหาปวารณา
๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘

องค์กรสร้างสรรค์เพื่อสังคม iCARE โดย MQDC บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ จากัด ร่วมกับ สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะ (สสส.)

แสดงความเห็นของคุณ

Previous ArticleNext Article

การอ่านหนังสือแบบนักคิดนั้นแตกต่างจากการอ่าน หนังสือแบบผู้อ่านทั่วๆไป ตรงที่เราใช้หนังสือเป็นบันไดในการก้าวไปสู่ความ คิดของผู้เขียน ในขณะเดียวกันเราก็ใช้หนังสือเป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟเพื่อส่องสว่างทาง ความคิดให้กับเราเดินไปสู่ความคิดใหม่ที่เป็นของตัวเราเอง เราต้องคิดเสมอว่า ถ้าเราอ่านเพียงเพื่อรู้ เราจะเป็นได้เพียงผู้ตามเท่านั้น แต่ถ้าเราอ่านเพื่อคิด เราสามารถก้าวเป็นผู้นำ(ทางความคิด)ได้อย่างแน่นอน

ติดตามเราได้ที่ facebook