Thai Book Review

รำลึกถึงครูของแผ่นดิน บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย ศาสตราจารย์ระพี สาคริก

แผ่นดินถิ่นเกิด ศาสตราจารย์ระพี สาคริก

    หากรำลึกถึง ครูตัวอย่างของแผ่นดินไทยสักท่าน คงจะไม่เกินเลยที่จะกล่าวสดุดีถึง ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ปูชนียบุคคลของประเทศไทย ศาสตราจารย์ระพี ไม่ได้เป็นเพียงครูเท่านั้น แต่ท่านเป็นปราชญ์ เป็นเกษตรกรของชาติ และได้รับการยกย่องเป็นบิดาแห่งกล้วยไม้ไทย เป็นพ่อของใครหลายๆ คน ทั้งที่เป็นลูกศิษย์ และไม่ใช่ลูกศิษย์ท่านโดยตรง ต่างก็ยกย่องท่านให้เป็นพ่อผู้ชี้นำความรู้ การศึกษา อบรมสั่งสอนให้ทุกคนเป็นคนดี มีคุณธรรมเสมอมา

      หนังสือแนะนำ แผ่นดินถิ่นเกิดสำหรับหนอนหนังสือบางแขนง ย่อมรู้จักท่านเป็นอย่างดีในเรื่องของการศึกษา การเกษตรกรรม และทัศนคติ มุมมองที่ท่านถ่ายทอดให้ทุกคนได้เรียนรู้ ได้เข้าใจ ความเป็นไปของสังคมในบริบทต่างๆ รวมถึงวิสัยทัศน์ของท่านที่มองเห็นถึงการศึกษาของไทยในอนาคต ทั้งหมดทั้งมวล ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่อ่านแล้วเสมือนว่า ศาสตราจารย์ระพี คอยสอนและอบรมอยู่ข้างๆ เพราะเนื้อหาครบถ้วน และอ่านแล้วทำให้เราฉุกคิดขึ้นได้ในหลายๆ เรื่อง แม้เรื่องราวทางการเกษตรที่อาจจะไกลตัวสำหรับใครหลายๆคน แต่เชื่อเถอะว่า ความคิดและทัศนคติที่ศาสตราจารย์ระพีถ่ายทอดผ่านตัวอักษรนั้น ล้วนเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน ปฏิบัติตามได้ไม่ยาก และยังทำให้เราเข้าใจในบริบทการศึกษา และเกษตรกรรมไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

     แผ่นดินถิ่นเกิด” หนังสือที่แสดงให้เห็นถึงทัศนะ ความคิดของอาจารย์ เป็นหนังสือที่ได้รับการตีพิมพ์มาตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ หนังสือเล่มนี้ได้รับคำนิยม โดย คุณประยูร จรรยาวงษ์ สื่อสารมวลชนที่ได้รับรางวัลแม็กไซไซ มาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๑๖ ซึ่งคุณประยูร รู้จักศาสตราจารย์ระพี มาอย่างยาวนาน ในฐานะของผู้ที่มีผลงานดีเด่นมากมายต่อวงการเกษตร ชุมชนท้องถิ่น และเป็นนักเลงกล้วยไม้ที่วงการกล้วยไม้ไทยรู้จักท่านดี

คำนิยมโดย คุณประยูร จรรยาวงษ์

         คำนิยมที่คุณประยูร จรรยาวงษ์ เขียนถึงศาสตราจารย์ระพี มีก่อนหนังสือเล่มนี้จะได้รับการตีพิมพ์หลายสิบปี นั้นแสดงให้เห็นว่า ตลอดเวลาของการทำงาน ศาสตราจารย์ระพี ได้ทุ่มเทและมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษา การเกษตร ท่านทำงานตั้งแต่ระดับท้องถิ่นมาโดยตลอด แม้ว่าท่านจะย่างเข้าสู่วัยชรา ท่านก็ไม่เคยหยุดพัก หรือแม้แต่คิดจะหยุดทำงานที่ท่านรักเลยแม้แต่น้อย เรื่องราวในแผ่นดินถิ่นเกิด อ่านแล้วทำให้เรารู้จักตัวตน ความคิดของศาสตราจารย์ระพี เป็นอย่างดี ท่านเป็นทั้งครู นักคิด นักเขียน ปราชญ์แห่งสยาม บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย นักเกษตรกรรม และเป็นพ่อที่ชี้นำคุณธรรมในการดำรงชีวิตให้กับลูกทุกคนเป็นอย่างดี

 

ครูของแผ่นดิน

          ศาสตราจารย์ระพี สาคริก มีบุคคลต้นแบบที่ท่านได้ใช้ชีวิตและเดินตามรอยพระยุคลบาทมาตลอด บุคคลผู้นั้น คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ กษัตริย์นักพัฒนา ที่ศาสตราจารย์ระพี ให้ความเคารพ เทิดทูนสูงสุด ท่านย้ำเสมอถึง หลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ ๙ รวมถึงการปฏิบัติตน การใช้พุทธธรรมในการดำรงชีวิต และการเดินตามรอยพระยุคลบาทในหลวงรัชกาลที่ ๙ คือ สิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติตามทุกคน

      นอกจากนี้ท่านยังย้ำให้เห็นว่าในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นแบบอย่างที่คนไทยทุกคนควรให้ความสนใจ เข้าใจ และเรียนรู้ได้เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้ทางพื้นฐานในด้านจริยธรรมและคุณธรรม ซึ่งมีความสำคัญมากในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน หากไร้ซึ่งทั้ง ๒ สิ่งที่สำคัญนี้แล้ว สังคมไทยในวันข้างหน้าย่อมมีปัญหา และผลกระทบที่จะเกิดกับสังคม จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ยากจะแก้ไข และอาจจะมีผลต่อการพัฒนาชาติบ้านเมืองได้ในที่สุด

หนังสือ อ.ระพี

       เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้มีเพียงแต่ความรู้ แนวคิดทางการศึกษา เกษตรกรรมเท่านั้น แต่ศาสตราจารย์ระพี ยังได้พูดถึงชีวิตในวัยเด็กของท่าน ความเป็นอยู่ของท่าน รวมไปถึงคุณพ่อของท่าน ซึ่งเป็นบุคคลต้นแบบของท่านในการใช้ชีวิตเช่นกัน คุณพ่อของศาสตราจารย์ระพี เป็นบุคคลที่มีความพอเพียงในทุกอย่าง และเป็นคนที่กล้าพูด กล้าคิด เข้าใจถึงสัจธรรมในการดำรงชีวิตเป็นอย่างดี ท่านได้แบบอย่างจากคุณพ่อท่านมามากมาย และชีวิตวัยเด็กของศาสตราจารย์ระพี ก็เป็นอีกข้อคิดที่ ผู้อ่านอย่างเราควรนำมาเป็นแบบอย่าง ทั้งในเรื่องการต่อสู้กับความยากลำบากของชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก ความอดทน ความมีมานะ ความตั้งใจ การเอาชนะใจ ความซื่อสัตย์ ความเข้มแข็บ ที่หล่อหลอมให้อาจารย์ระพีเป็นที่รักของทุกคนในวันนี้ ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะแนวคิด การปฏิบัติตนให้เป็นคนที่มีคุณธรรม มีจริยธรรม และให้รักประเทศชาติ ผืนแผ่นดินที่เกิดมา ชีวิตของท่านมีให้กับงานทุกลมหายใจ เพราะท่านยึดคติที่ว่า การทำงาน ต้องทำด้วยใจที่รัก เกิดบนผืนแผ่นดินไทย ต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน การเป็นแบบอย่างของความมุ่งมั่นในการประพฤติตนที่ดี มีคุณธรรม มีศีลธรรม มีความเสมอต้นเสมอปลาย และจริยธรรมต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เหล่านี้ที่ทำให้ท่านมีความสุข การไม่โลภ ไม่หลงใหลในลาภ ยศ สรรเสริญ ทำให้ท่านเป็นที่เคารพรักของทุกคน

 

ด้วยวัย ๘๙ ปี ที่ยังทำงานไม่รู้เหน็ดเหนื่อยนั้น เป็นเพราะงาน คือ ส่วนหนึ่งที่ท่านได้ตอบแทนสังคม เป็นความสุขที่ท่านเลือก

เหมือนที่ท่านเคยกล่าวไว้ว่า ….

เพราะฉันทำงานให้กับแผ่นดินถิ่นเกิด จึงช่วยให้มีความสุขอย่างแท้จริง”

           เมื่อพิจารณาจากข้อความที่อาจารย์ระพีให้แง่คิดไว้แล้ว คนในสังคมยุคนี้ ต่างอยากเกษียณอายุราชการ รับบำเหน็จ บำนาญกันไวๆ หรือแม้แต่คนรุ่นใหม่ ที่มุ่งทำธุรกิจเป็นของตัว บางรายมุ่งเน้นการสร้างรายได้มากกว่า สร้างจิตสำนึกที่ดีให้สังคม สุดท้าย คือ ความสุขฉาบฉวยที่ได้มา แล้วก็จากไป และก็ต้องดิ้นรนหาใหม่ โดยไม่รู้เลยว่า ความสุขที่แท้จริงในการทำงาน คือ อะไรกันแน่ ?

 

     “แผ่นดินถิ่นเกิด” ยังมีเรื่องราวการต่อสู้ของเกษตรกรนักสู้ประชาธิปไตยที่สำคัญอีกท่านในประวัติศาสตร์ นั่น คือ ม..สิทธิพร กฤดากร ซึ่งประวัติชีวิตของท่านก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน อาจารย์ระพี เขียนเรียบเรียงได้อย่างน่าสนใจ หรือมุมมองเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน ว่ามีความเปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในทัศนะของอาจารย์ ,ความจริงของการเป็นครูสอนเกษตรกรรม, วัฒนธรรมจีนในการเกษตร ที่อาจารย์ระพีเปรียบเทียบให้เห็นว่าวิถีชนบทของชาวจีน ต่างกับชาวไทยอย่างไร, เพราะเหตุใดอาจารย์ถึงให้ความสำคัญกับเกษตรกรเป็นอย่างมาก ,เทคโนโลยีของกล้วยไม้ ฉบับคนไทยคิดเอง, ศิลปะในการดำเนินชีวิต, เกษตรอินทรีย์ที่ถูกลืม ที่ท่านเขียนไว้นานแล้ว แต่พึ่งมาเป็นกระแสเมื่อไม่นานมานี้ และอีกหลายเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ครูของแผ่นดิน บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย

       แผ่นดินถิ่นเกิด หนังสือสามัญประจำบ้าน ที่เปรียบเสมือนยาที่ไว้ชูกำลังและจิตใจ ไม่เพียงแต่ครูบาอาจารย์ หรือ เกษตรกร ที่ควรอ่านเล่มนี้ แต่หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับการศึกษา เพราะเนื้อหาในเล่มเป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความคิด จริยธรรม ศีลธรรมและคุณธรรมให้เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา เป็นหนังสือที่อ่านได้เรื่อยๆ แม้กาลเวลาผ่านไป แต่คำสอนและข้อคิดของอาจารย์ยังคงอยู่ และจะเป็นบทเรียน เป็นคำสอนที่สามารถหยิบ และนำมาใช้ได้ตลอด เพราะนี่คือเรื่องราวของคุณงามความดี คุณธรรมที่ควรมีในการดำรงชีวิต เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์ประเภทอื่น

ระพี” ซึ่งมีความหมายว่า พระอาทิตย์

         ศาสตราจารย์ระพี สาคริก คือ ตัวแทนครูบาอาจารย์ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การดำรงชีวิตด้วยการมีพื้นฐานทางคุณธรรม และจริยธรรมที่ดี คือ แสงสว่างที่ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ และเข้าใจถึงความหมายของคำว่า “ความสุข” ที่แท้จริงในการเกิดเป็นมนุษย์ได้อย่างไร

แม้วันนี้ศาสตราจารย์ระพี สาคริก จะได้จากโลกนี้ไปแล้ว

17 .. 2561 เวลา 07:00 . ณ โรงพยาบาลวิภาวดี สิริอายุ 95 ปี 2 เดือน

      แต่คุณงามความดี ที่อาจารย์ทำเพื่อแผ่นดิน และทำให้แผ่นดินมาโดยตลอด จะยังถูกนำมาพูดถึงเสมอ สิ่งที่อาจารย์ได้ทำให้กับแผ่นดินไทย เป็นองค์ความรู้ที่จะถูกถ่ายทอดไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ท่าน คือ คนดีไม่มีวันตาย ปูชนียบุคคลของประเทศไทยที่จะถูกจดจำ และจารึกไว้ในความคิด จิตใจของบรรดาลูกศิษย์ และสาธารณชนตลอดไป

“พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา”
” วัวควายและช้าง เมื่อตายลงแล้ว
มีฟันและเขาทั้งสองข้างเหลืออยู่
ส่วนมนุษย์ เมื่อตายทุกสิ่งในร่างกายสิ้นไป
คงเหลือแต่ “ความชั่วหรือความดี” คงอยู่ในโลก…..”
 
-สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
: กฤษณาสอนน้องคำฉันท์-

แนะนำหนังสือ เพิ่มเติม

 

สั่งซื้อหนังสือออนไลน์ <<

 

แนะนำหนังสือ เพิ่มเติม ระพี สาคริก

อ่านฟรี งานเขียนของศาสตราจารย์ “ระพี สาคริก”
บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย 27 เล่ม
จัดทำโดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
งานเขียนของศาสตราจารย์
loading...