Thai Book Review, Uncategorized

ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย

ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย

โรงเรียนสร้างจิตสำนึกของความพอเพียง

ห้องเรียนธรรมชาติ ที่ไม่ได้มีพื้นที่เรียนในห้องสี่เหลี่ยมเท่านั้น

                   มีสักกึ่คนที่จะรู้ว่า ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย ในพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก มีการเปิดการเรียนการสอนอย่างจริงจัง โรงเรียนแห่งนี้  ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนองพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี   ซึ่งได้ทรงมีพระราชนิพนธ์ในพระมหาชนก พระราชนิพนธ์ที่สร้างแรงบันดาลใจและกำลังใจในการต่อสู้ พากเพียร อดทน และความมีมานะให้แก่ประชาชน ดั่งเช่น ความเพียรของพระมหาชนกในการว่ายน้ำข้ามทะเลถึง ๗ วัน ๗ คืน เพื่อไปให้ถึงดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ ….

ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย-1

           โรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย หรือ รู้จักกันในอีกชื่อที่เรียกกันอย่างคุ้นหูว่า ศูนย์การเรียนกสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จ.ชลบุรี ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์แห่งพระราชาอย่างแท้จริง ที่อาจารย์ยักษ์ หรือ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ขึ้น มีหลายๆ ท่าน และหลายหน่วยงานได้รับการอบรมหลักสูตรปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากที่นี่ รวมถึงภาคประชาชนที่มีความสนใจ และมุ่งมั่นเดินตามรอยพระราชา ได้ผ่านการฝึกอบรมจากที่นี่ และเห็นผลสำเร็จหลายคน  

            หลักสูตรการเรียนการสอนของที่นี่ มีความแตกต่างจากหลักสูตรการเรียนการสอนในภาคปกติ ของโรงเรียน/ สถาบันการศึกษาทั่วไป เพราะเน้นภาคปฏิบัติที่ต้องการให้นักเรียนที่เรียนจบทุกคน สามารถพึ่งพาตนเองได้และเลี้ยงดูคนในครอบครัวได้ มีภูมิคุ้มกันของชีวิตที่หาจากโรงเรียนไหนๆ ไม่ได้ เป็นการสร้างการเรียนรู้ และความเข้าใจอย่างแท้จริง ปฏิบัติจริง ลงมือทำจริง เป็นคนดี มีคุณธรรม และเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีของแผ่นดินในวันข้างหน้า นอกจากการเน้นภาคปฏิบัติแล้ว องค์ความรู้ในด้านวิชาการ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาภาษาไทย ฯลฯ ยังเป็นหลักสูตรที่นักเรียนทุกคนต้องเรียนรู้เช่นกัน

 

เศรษฐกิจพอเพียง

The Philosophy of Sufficiency Economy

          เศรษฐกิจพอเพียง (อังกฤษ: sufficiency economy)

เป็นปรัชญาที่ชี้แนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน

          ความแตกต่างที่น่าสนใจของโรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย คือ การสอดแทรกคุณธรรมคู่ความดี ลงไปในการเรียนการสอน โดยเนื้อหาหลักในส่วนของภาคทฤษฎี: ในหลวงของเรา คือ ภาคการเรียนรู้ที่นำแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นเนื้อหาหลักในการเรียนรู้ และฐานการเรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติ เป็นภาคปฏิบัติ เด็กนักเรียนของที่นี่จะได้เรียนทั้ง ๒ ส่วน ควบคู่กันไป โดยมีทั้งการทำงานกลุ่ม ทำโครงการต่างๆ การเข้าร่วมกับชาวบ้านในชุมชนต่างๆ เพื่อให้เด็กนักเรียนเกิดทักษะ และการพัฒนาด้วยตนเอง เกิดการเรียนรู้ ขวนขวายหาความรู้ และแบ่งปันความรู้ให้แก่กันและกัน ต่อยอดด้วยการถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนๆ และขยายองค์ความรู้ต่อไปในสังคม และชุมชนในที่สุด

ศูนย์การเรียนกสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง

   เศรษฐกิจพอเพียง (อังกฤษ: sufficiency economy)        ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย จึงเป็นห้องเรียนธรรมชาติ ที่ไม่ได้มีพื้นที่เรียนในห้องสี่เหลี่ยมเท่านั้น แต่เป็นทุกพื้นที่บนโลกใบนี้ ที่เด็กๆ ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ เด็กนักเรียนที่นี่หลายๆ คน มีความสุขกับการเรียนรู้ เพราะที่นี่ไม่ได้เน้นการเรียนที่ท่องจำแบบที่หลักสูตรสมัยปัจจุบันเน้น การเรียนแบบท่องจำตามรูปแบบการเรียนการสอนสมัยนี้จะทำให้กระบวนการทางความคิด และทักษะการพัฒนาทางความคิดเกิดปัญหา เกิดการจำได้ แต่นำไปใช้งานได้ไม่จริง และเมื่อนำไปใช้งานได้ไม่จริง จึงเกิดความสูญเปล่าและหลงลืมสิ่งที่ตนเรียนรู้มาในที่สุด

เด็กนักเรียนโรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย

            เด็กนักเรียนโรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย นอกจากจะได้รับองค์ความรู้ ยังเป็นเด็กนักเรียน  ที่มากด้วยคุณภาพ และมีคุณธรรมในจิตสำนึก เพราะที่นี่เน้นแนวคิดการเรียนการสอนแบบ บวร ซึ่งย่อมาจากคำว่า  บ้าน วัด และโรงเรียน มีระดับชั้นการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาที่ 4 จนถึงระดับปริญญาตรี สำหรับเด็กผู้ชาย ยังมีหลักสูตรในการบวชเรียน เพื่อเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นภายในจิตใจก่อน อีกทั้งยังสร้างพื้นฐานทางคุณธรรมให้เกิดขึ้นกับความคิด เป็นการหล่อหลอมให้เด็กๆ เหล่านี้ เป็นคนที่คิดดี และเมื่อคิดดี การกระทำความดี จึงจะเป็นผลตามมา สำหรับเด็กผู้หญิง มีหลักสูตรปฏิบัติธรรมในการขัดเกลาจิตใจ  และในการเรียนการสอน จะไม่มีการบังคับ แต่ให้เด็กนักเรียนสามารถเลือกเรียนตามความสนใจ ปัจจุบัน นอกจากเด็กนักเรียนไทยแล้ว ยังมีเด็กนักเรียนจากประเทศภูฎาน เรียนรู้ศาสตร์แห่งพระราชาอยู๋ที่นี่ด้วย

           ลองมองย้อนกลับมาถึงชีวิตมนุษย์ในยุค ๒๕๕๙ ที่ทุกคนต่างแข่งขัน เพื่อเอาดีเอาเด่น การขาดคุณธรรมและจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันในสังคม มีให้พบเห็นกันมากขึ้น หากผู้ใหญ่ในวันนี้ไม่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ ลูกหลานของท่านได้ ลองคิดดูว่าอนาคตของพวกเขา และประเทศชาติในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

        การบอกเล่าเรื่องราวของโรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัยให้คุณผู้อ่านได้อ่านกันครั้งนี้ มิได้มีความมุ่งหวังที่จะชักชวนให้ท่านต้องนำลูกหลานของท่านไปสมัครเรียน แต่เป็นการบอกกล่าวให้ทุกท่านได้คิด ได้รู้จัก ได้เข้าใจว่า โลกปัจจุบันนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทฤษฎีของนายทุนที่มุ่งเน้นแต่เงินทอง และ สิ่งมายาจอมปลอม มีให้เห็นกันมากขึ้น จนทำให้หลายๆ คนลุ่มหลงไปกับสิ่งที่ไม่ควรเป็นและไม่ควรนำพาให้กับชีวิตของตน ทำให้ขาดทั้งองค์ความรู้ และคุณธรรมในการนำชีวิต ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะลองศึกษาทฤษฎีแนวทางที่พึ่งพาตนเองที่พระมหากษัตริย์ไทยของเรา ทรงเป็นผู้ค้นพบและได้มีแนวทางวางไว้ให้พสกนิกรไทยอย่างชัดเจน

       หลักปรัชญาการเรียนรู้ด้วยการพึ่งพาตนเอง จึงเป็นทฤษฎีในการใช้ชีวิตที่เหมาะอย่างยิ่งกับโลกยุคปัจจุบัน การสามารถพึ่งพาตนเองได้ การรู้จักและเข้าใจปรัชญาแห่งความพอเพียง คือ ความสุขที่ยั่งยืนที่สุด จากความเข้าใจในครอบครัว ขยายสู่ชุมชน และต่อยอดไปถึงระดับประเทศ เราสามารถเชื่อมั่นได้ว่า หากวันหนึ่งโลกเกิดวิกฤติการณ์ครั้งใหญ่ ประเทศไทย และคนไทยทุกคน จะรอดพ้นจากหายนะครั้งนี้อย่างแน่นอน

อาจารย์ยักษ์
นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร (อาจารย์ยักษ์)

          โรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย หรือ ศูนย์การเรียนกสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง เป็นห้องเรียนธรรมชาติที่มีการเรียนการสอนเป็นแบบอยู่ประจำตั้งอยู่บนพื้นที่ ๑๖ ไร่ ณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี หากท่านใดสนใจ / เรียนรู้หลักสูตรปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทุกท่านสามารถสอบถามไปกับทางศูนย์ได้ค่ะ ที่แห่งนี้ไม่ได้เปิดสอนเป็นรูปแบบโรงเรียนเท่านั้น เกษตรกรและประชาชนผู้สนใจทั่วไป สามารถเข้าเรียนรู้ และรับการอบรมได้ สอบถามได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๘ ๒๖๓ ๐๗๘ และ ๐๘๑ ๖๘๔ ๐๒๒๒

 

 

อ้างอิง:

Agrinature.or.th   หนังสือพิมพ์บ้านเมือง ฉบับวันที่ 9 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2558   https://pootalaewishshalai.wordpress.com    นิตยสารสกุลไทย

 

แสดงความเห็นของคุณ

Previous ArticleNext Article

การอ่านหนังสือแบบนักคิดนั้นแตกต่างจากการอ่าน หนังสือแบบผู้อ่านทั่วๆไป ตรงที่เราใช้หนังสือเป็นบันไดในการก้าวไปสู่ความ คิดของผู้เขียน ในขณะเดียวกันเราก็ใช้หนังสือเป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟเพื่อส่องสว่างทาง ความคิดให้กับเราเดินไปสู่ความคิดใหม่ที่เป็นของตัวเราเอง เราต้องคิดเสมอว่า ถ้าเราอ่านเพียงเพื่อรู้ เราจะเป็นได้เพียงผู้ตามเท่านั้น แต่ถ้าเราอ่านเพื่อคิด เราสามารถก้าวเป็นผู้นำ(ทางความคิด)ได้อย่างแน่นอน

ติดตามเราได้ที่ facebook