Thai Book Review, Uncategorized

ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

ข้อความปรารถนาสั้นๆ แต่จริงใจ และตั้งใจที่สุด สำหรับพสกนิกรไทยทุกคนที่มีความจงรักภักดีอยู่เต็มเปี่ยมหัวใจ

ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

       แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร    เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว  แต่พสกนิกรไทยในพระองค์จะไม่มีวันลืมพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ทรงมอบให้กับพสกนิกรไทย พระองค์จะสถิตในดวงใจพสกนิกรไทยทั่วทุกมุมโลกตลอดกาลนาน

        “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป”  คนไทยรู้จักมักคุ้นกันอย่างมาก เมื่อครั้งคุณอัสนี วสันต์ ได้ขับร้องเพลงนี้ ซึ่งเนื้อหาในเพลงกินใจ และสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น และความรักที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีให้กับพสกนิกรไทย และพสกนิกรไทยทุกคนมีให้พระองค์ เนื้อเพลงนี้ คำร้องและทำนอง แต่งโดย คุณนิติพงษ์ ห่อนาค ได้ถูกนำมาเปิดให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับฟัง เมื่อครั้งพระราชพิธีการเสด็จออกมหาสมาคมในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ ซึ่งหากใครได้รับฟังก็จะรู้สึกซาบซึ้งใจจนน้ำตาเอ่อล้นอย่างแน่นอน

    สำหรับคำว่า ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป จริงๆ แล้ว ไม่ได้เป็นคำใหม่ แต่เป็นคำที่มีมานานแล้ว เพียงแต่นำมาปรับเปลี่ยนเล็กน้อย และบุคคลที่ใช้คำนี้เป็นคำแรก คือ กวีเอกของโลก ท่านสุนทรภู่ ดังปรากฎในงานประพันธ์ของท่าน เรื่อง นิราศภูเขาทอง ดังความว่า

๏ เดือนสิบเอ็ดเสร็จธุระพระวสา
รับกฐินภิญโญโมทนา ชุลีลาลงเรือเหลืออาลัย
ออกจากวัดทัศนาดูอาวาส เมื่อตรุษสารทพระวสาได้อาศัย
สามฤดูอยู่ดีไม่มีภัย มาจำไกลอารามเมื่อยามเย็น
โอ้อาวาสราชบุรณะพระวิหาร แต่นี้นานนับทิวาจะมาเห็น
เหลือรำลึกนึกน่าน้ำตากระเด็น เพราะขุกเข็ญคนพาลมารานทาง
จะยกหยิบธิบดีเป็นที่ตั้ง ก็ใช้ถังแทนสัดเห็นขัดขวาง
จึ่งจำลาอาวาสนิราศร้าง มาอ้างว้างวิญญาณ์ในสาครฯ

๏ ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด คิดถึงบาทบพิตรอดิศร
โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น
พระนิพพานปานประหนึ่งศีรษะขาด ด้วยไร้ญาติยากแค้นถึงแสนเข็ญ
ทั้งโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น ไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา
จะสร้างพรตอตส่าห์ส่งส่วนบุญถวาย ประพฤติฝ่ายสมถะทั้งวสา
เป็นสิ่งของฉลองคุณมุลิกา ขอเป็นข้าเคียงพระบาททุกชาติไปฯ

       นิราศภูเขาทอง เป็นนิราศเรื่องหนึ่งของสุนทรภู่ที่ได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมที่สุด เป็นเรื่องที่ไม่มีความยาวนัก แต่มีเนื้อหา และบทกลอน ถ้อยคำประพันธ์ที่ไพเราะและงดงามเป็นอย่างมาก อีกทั้งเมื่ออ่านแล้ว ยังเข้าถึงและกินใจได้ความรู้สึก เห็นสัจธรรมของชีวิต และมีความหมายในการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก ท่านสุนทรภู่แต่งเรื่องนี้ขึ้น เมื่อครั้งท่านเดินทางไปกราบนมัสการพระเจดีย์ภูเขาทอง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาราวๆ ปีพุทธศักราช ๒๓๗๑

     เรื่องราวในนิราศภูเขาทอง เมื่ออ่านแล้วทำให้เราได้เข้าใจถึงความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่ท่านสุนทรภู่ มีต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในหลวงรัชกาลที่ ๒ แห่งราชวงศ์จักรี เนื้อหาแสดงออกถึงความอาลัยอาวรณ์ และรำลึกถึงพระองค์อยู่ตลอดเวลาของการเดินทางในครั้งนั้

ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป ในยุคปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ จวบจนปัจจุบัน ความหมายยังคงเช่นเดิม ดั่งที่ท่านสุนทรภู่ประพันธ์ไว้ ความจงรักภักดีของพสกนิกรไทยที่มีต่อองค์เหนือหัว ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนไป หากแต่มีมากขึ้น และมากยิ่งๆ ขึ้นไปทุกครั้งที่เรารำลึกถึงพระองค์

 …. ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป
มอบชีวิต ด้วยกายและใจ
จะต้องเหนื่อยล้า โรยแรงเท่าไร
จะขอจงรักภักดี

ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

มอบชีวิต ด้วยกายและใจ
จะต้องเหนื่อยล้า โรยแรงเท่าไร
จะขอจงรักภักดี ทุกชาติไป ….

ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติ

ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จวบจนชีวิตจะหาไม่

 

 

 

 

 

พระเจ้าอยู่หัว

ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป หากเพียรทำความดี

ตามรอยพระราชดำรัส และคำสอนขององค์เหนือหัว 

สิ่งที่ปรารถนาย่อมมีความสำเร็จจริงแท้อย่างแน่นอน

คือ การได้เป็น ข้ารองพระบาททุกชาติไป 

 

ผู้ทำความดีแม้มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวก็มีค่า แต่คนไม่ดีแม้มีอายุยืนยาวก็ชื่อว่าไร้ค่า -พุทธพจน์- 

แสดงความเห็นของคุณ

Previous ArticleNext Article

การอ่านหนังสือแบบนักคิดนั้นแตกต่างจากการอ่าน หนังสือแบบผู้อ่านทั่วๆไป ตรงที่เราใช้หนังสือเป็นบันไดในการก้าวไปสู่ความ คิดของผู้เขียน ในขณะเดียวกันเราก็ใช้หนังสือเป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟเพื่อส่องสว่างทาง ความคิดให้กับเราเดินไปสู่ความคิดใหม่ที่เป็นของตัวเราเอง เราต้องคิดเสมอว่า ถ้าเราอ่านเพียงเพื่อรู้ เราจะเป็นได้เพียงผู้ตามเท่านั้น แต่ถ้าเราอ่านเพื่อคิด เราสามารถก้าวเป็นผู้นำ(ทางความคิด)ได้อย่างแน่นอน

ติดตามเราได้ที่ facebook